รูปแบบการจัดการเรียนรู้เสริมสร้างการอ่านและการเขียนเชิงวิเคราะห์ ตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ร่วมกับหลักการทางภาษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เสริมสร้างการอ่านและการเขียนเชิงวิเคราะห์ตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ร่วมกับหลักการทางภาษา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 การวิจัยครั้งนี้ใช้กระบวนการ วิจัยและพัฒนา กลุ่มผู้ให้ข้อมูลพื้นฐาน ได้แก่ ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ จำนวน 10 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 18 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1) ครูผู้สอนและนักเรียน มีความต้องการและตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นในการพัฒนาทักษะและความสามารถด้านการอ่านและการเขียนเชิงวิเคราะห์เพิ่มขึ้นให้สอดรับกับเป้าหมายตัวชี้วัดการเรียนรู้ตามกรอบหลักสูตรให้ประสบผลสำเร็จเพิ่มขึ้น 2) ผลการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้การอ่านและการเขียนเชิงวิเคราะห์ตามแนวคิดทฤษฎีการสร้างองค์ความรู้ร่วมกับหลักการทางภาษา พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น มีองค์ประกอบ ดังนี้ (1) หลักการและเหตุผล (2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ (3) หลักการ แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐาน (4) หลักการของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ (PAE Model) (5) กระบวนการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วยขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 9 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 การให้นักเรียนเผชิญกับความท้าทายใหม่ ขั้นที่ 2 การทบทวนและตรวจสอบตนเอง ขั้นที่ 3 การประเมินความคิดและความเชื่อเดิมของตนเอง ขั้นที่ 4 การเปิดใจยอมรับการเปลี่ยนแปลงและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น ขั้นที่ 5 การสำรวจและค้นหาทางเลือกในการปฏิบัติใหม่ ขั้นที่ 6 การเลือกกลวิธีในการปฏิบัติ ขั้นที่ 7 การแสวงหาความรู้และทักษะจำเป็นสำหรับการอ่านและการเขียน ขั้นที่ 8 การทดลองบทบาทและสร้างความมั่นใจใหม่ และขั้นที่ 9 การประเมินความรู้และผลงานด้านการอ่านและการเขียน (6) ระบบสังคมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ และ (7) การวัดและประเมินผล รวมทั้งผลการประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
กรกัญญา ราชพลสิทธิ์, ชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน และ มีชัย เอี่ยมจินดา. (2562). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนตามทฤษฎีการสร้างความรู้สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครูภาษาไทย เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, 15(2), 99-111. สืบค้นจาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pkrujo/article/view/242197
จิตติมา เขียวพันธุ์ และ ภัทร์ธีรา เทียนเพิ่มพูล (2563). การพัฒนารูปแบบการตอนการอ่านภาษาอังกฤษตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิซึม ร่วมกลยุทธ์การอ่านอย่างมีวิจารณญาณเพื่อส่งเสริมความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 3(3), 574-590. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article /view/243240
จุรีภรณ์ มะเลโลหิต. (2561). ผลการใช้วิธีการสอนแบบ SQ4R เพื่อส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนิสิตที่เรียนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยทักษิณ. อินทนิลทักษิณสาร, 13(3), 213-227. สืบค้นจาก https://so02.tcithaijo.org/index.php/ HUSOTSU/article/view/170517/122561
ณัฏฐ์วัฒน์ อนันตะสุข และ มาริษา มังกร. (2563). การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ เพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาสังคมศึกษาและความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารครุศาสตร์, 3(2), 40-49. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/edunsrujo/article/view/254296
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 21). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
แพรไหม คำดวง และ ภัทร์ธีรา เทียนเพิ่มพูน. (2562). การสอนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษตามแนวคิดทฤษฎีคอนสตรักติวิสต์สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 1. วารสารรัชต์ภาคย์, 13(31), 179-194. สืบค้นจาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RJPJ/article/view/226013
มณัญญา มานะรัชศักดิ์. (2566). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารและความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 21(1), 367-381. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/suedujournal/article/view/258420
รัศมี รัตนประชา. (2563). การพัฒนารูปแบบการสอนอ่านภาษาอังกฤษแบบเน้นกลวิธีอภิปัญญาโดยการสอนแบบชัดแจ้งและการบอกความคิดเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษและการกำกับตนเองของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 8(1), 45-60. สืบค้นจาก https://ojs.mbu.ac.th/index.php/edj/article/view/1136
ลัดดาวัลย์ บุญเรือง. (2565). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ MALAE เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 16(1), 198-212. สืบค้นจาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/reru/article/view/247167
วิชัย วงษ์ใหญ่ และ มารุต พัฒผล. (2562). การจัดการเรียนรู้ที่เสริมสร้างจิตนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สมศักดิ์ ปรากฏมาก. (2562). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้บูรณาการแบบสอดแทรกตามทฤษฎีโซเชียลคอนสตรัคติวิสต์ เพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 2(6), 72-87. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/etcedumsujournal/article/view/242327
สุคนธ์ สินธพานนท์. (2558). การจัดการเรียนรู้ของครูยุคใหม่เพื่อพัฒนาทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง.
สุมาลี ชัยเจริญ. (2557). การออกแบบการถอน หลักการ ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. ขอนแก่น: คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สุวัฒน์ วิวัฒนานนท์. (2552). ทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์และเขียน. นนทบุรี: ชี.ซี.นอลลิดจ์ลิงคส์.
สมเจตน์ พันธ์พรม และ วารีรัตน์ แก้วอุไร. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้กลวิธีการสอนอ่านแบบเมตาคอกนิชั่นและการเสริมต่อการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการอ่านเชิงวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมตึกษาตอนปลาย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 21(3), 299-312. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edujournal_nu/article/view/88879
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, กระทรวงศึกษาธิการ. (2557). แนวปฏิบัติตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการปฏิรูปการเรียนการสอนภามาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: จามจุรีโปรดักส์.
อรุณี อรุณเรือง. (2551). แนวทางการเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศแบบใช้คำศัพท์เป็นหลัก. วารสารวิชาการและวิจัย มทร. พระนคร, 2(2), 252-260. สืบค้นจาก https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/RMUTP/article/view/31465/27030
Anderson, L. W., & Krathwohl, D. R. (Eds.). (2001). A taxonomy for learning, teaching, and assessing: a revision of bloom's taxonomy of educational objectives. New York: Longman.
Billups, N. Z. (2006). An analysis of the impact of America's choice program on critical thinking and writing skills of selected fifth grade student(Doctoral dissertation). Fielding Graduate University.
Clark, R. C., & Mayer, R. E. (2002). e-learning and the science of instruction: proven guidelines for consumers and designers of multimedia learning. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Cooper, D.J., Warncke, E.W., & Shipman, D.A. (1988). To what and how of reading instruction. McGraw-Hill.
Fosnot, C. T. (2013). Constructivism: Theory, perspectives, and practice. Teachers College Press.
Isakson, R. L., & Miller, J. W. (1976). Sensitivity to syntactic and semantic cues in good and poor comprehends. Journal of Educational Psychology, 68(6), 787–792. https://doi.org/10.1037/0022-0663.68.6.787
Joyce, B., Weil, M., & Calhoun, E. (2011). Models of Teaching. (8th ed.). New York: Allyn & Bacon.
Lewis, M. (2008). Implementing the lexical approach: putting theory into practice. Zrinski, D.D: Heinle, Cengage Learning.
McCarthy, M., & O'Dell, F. (2008). English collocations in use: advanced. Cambridge University Press.
Morrison, G.R., Ross, S.M., & Kemp, J.E. (2011). Designing effective instruction. (6th ed.). Hoboken.
OECD: The Organisation for Economic Co-operation and Development. (2018). The future of education and skills education 2030. Retrieved from https://www.oecd.org/content/dam/oecd/en/publications/reports/2018/06/the-future-of-education-and-skills_ 5424dd26/54ac7020-en.pdf
Oliva, P. F. (2009). Developing the Curriculum (7th ed.). Boston: Allyn and Bacon.
Pappas, C. (2014, February 5). Cognitive load theory and instructional design. eLearning Industry. Retrieved from https://elearningindustry.com/cognitive-load-theory-and-instructional-design
Piaget, J. (1950). The psychology of intelligence (M. Piercy & D.E. Berlyne, Trans.). London: Routledge & Kegan Paul.
Shanahan, T., & Shanahan, C. (2012). Teaching disciplinary literacy to adolescents: Rethinking content-area literacy. Harvard Educational Review, 78(1), 40-59. Retrieved from https://dpi.wi.gov/sites/default/files/imce/cal/pdf/teaching-dl.pdf
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: the development of higher psychological processes. Harvard University Press.
Wallace, M., & Poulson. L. (2003). Learning to read critically in educational leadership management. SAGE.