การพัฒนาบทเรียนเสริมสร้างเรื่องราวท้องถิ่นเมืองไชยา ตามแนวคิดอิงถิ่นฐานในมิติประวัติศาสตร์ชาติ สำหรับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาบทเรียนเสริมสร้างเรื่องราวท้องถิ่นเมืองไชยา ตามแนวคิดอิงถิ่นฐานในมิติประวัติศาสตร์ชาติ และ 2) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำหรับผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นการวิจัยและพัฒนา ภายใต้กรอบแนวคิดอิงถิ่นฐานแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ 1) การศึกษาข้อมูลและเอกสารประวัติศาสตร์พื้นที่เมืองไชยารวมถึงรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ เพื่อกำหนดขอบเขตและลำดับการจัดการเรียนรู้เรื่องราวท้องถิ่นเข้ากับประวัติศาสตร์ชาติ และ 2) การสร้างและประเมินคุณภาพบทเรียน กลุ่มตัวอย่างใช้แบบเจาะจง ได้แก่ ผู้รู้ ศึกษานิเทศก์ ผู้สอน ผู้เรียน ผู้เชี่ยวชาญในการประเมินคุณภาพบทเรียน รวม 21 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์และแบบประเมิน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1) ประวัติศาสตร์พื้นที่เมืองไชยาสัมพันธ์อยู่กับเส้นทางการค้า การตั้งถิ่นฐานของผู้คนที่ผูกพันธ์กับพื้นที่นาข้าว ทั้งหมดสัมพันธ์กับความสมบูรณ์ของพื้นที่ตามลักษณะทางภูมิศาสตร์ การบูรณาการประวัติศาสตร์ชาติเข้ากับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจะกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจใฝ่รู้จนเกิดมุมมองใหม่ในการทำความเข้าใจ เชื่อมโยงความรู้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2) การสร้างและประเมินคุณภาพ พบว่า บทเรียนมีความเหมาะสมมาก และคู่มือมีความเหมาะสมมากที่สุด ผลการศึกษานำร่อง พบว่า บทเรียนและคู่มือ มีความเป็นไปได้ในการจัดการเรียนรู้จริง องค์ความรู้ใหม่ คือ เรื่องราวในท้องถิ่นทำให้ผู้เรียนเชื่อมโยงเหตุการณ์เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ชาติจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความทรงจำร่วมและเข้าถึงประวัติศาสตร์ชาติได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
ชวน เพชรแก้ว, กฤษณะ ทองแก้ว, ณัฐา วิพลชัย และ สุธาวดี จินาญาติ. (2556). ฐานเศรษฐกิจและทุนทางสังคมของอำเภอไชยา. สุราษฎร์ธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
ทวีศิลป์ สืบวัฒนะ. (2554). แนวคิดและแนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: อินทนิล.
นาตยา ปิลันธนานนท์. (2546). จากมาตรฐานสู่ชั้นเรียน. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
ปัณฑิตา ไชยโย และ ณัฐเชษฐ์ พูลเจริญ. (2566). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเมืองน่าน โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ. ปัญญา, 30(1), 37–48. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/panya-thjo/article/view/261665
พรพิไล เลิศวิชา. (2545). พลวัตเศรษฐกิจชุมชนลุ่มน้ำไชยา. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.).
พิชาติ แก้วพวง. (2560). การคิดทางประวัติศาสตร์: ทักษะสำคัญของนักศึกษาครูสังคมศึกษา. วารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 1(2), 68-90. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/husojournalpnru/article/view/245646
ยงยุทธ ชูแว่น. (2545). ความสำคัญและขอบเขตของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในปัจจุบัน. วารสารอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 25(1), 102-114. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jasu/article/view/250354
ราชกิจจานุเบกษา. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4). เล่ม 136 ตอนที่ 57 ก หน้า 49 (1 พฤษภาคม 2562)
ลาวรรณ สกลกรุณาอารีย์. (2560). การพัฒนาหลักสูตรบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นสุพรรณบุรี ในกลุ่มสาระ การเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมเพื่อเสริมสร้างการใช้ทักษะชีวิตและรักความเป็นไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6(ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ศรีศักร วัลลิโภดม. (2540). มานุษยวิทยากับประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ: เมืองโบราณ.
ศักดิ์ดา ทองโสภณ. (2564). เทคนิคการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะความเป็นพลเมือง. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 32(3), 11–23. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/edubuu/article/view/253590
ศุภณัฐ พานา. (2563). แนวทางในการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 23(2), 390-399. สืบค้นจาก https://ejournals.swu.ac.th/index.php/JOS/article/view/13300
สมเจตน์ ผิวทองงาม, จีรวรรณ ศรีหนูสุด, วนิษา ติคํา, จันจิรา เศรษฐพลอย, อัมพวรรณ หนูพระอินทร์ และ นิทัศน์ ไหมจุ้ย. (2561). พุมเรียง : บริบทชุมชน ฐานเศรษฐกิจและทุนทางวัฒนธรรม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 10(2), 353–375. สืบค้นจาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jhsc/article/view/155697
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2554). มัธยมศึกษายุคใหม่สู่มาตรฐานสากล 2561. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ
ออมสิน จตุพร และ อมรรัตน์ วัฒนาธร. (2562). การพัฒนาหลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่นตามแนวคิดการศึกษาอิงถิ่นฐานสำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษา: กรณีชุมชนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน จังหวัดนครสวรรค์. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 21(4), 342-356. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edujournal_nu/article/view/93831
Maureen, I. Y., van der Meij, H., & de Jong, T. (2021). Evaluating storytelling activities for early literacy development. International Journal of Early Years Education, 30(4), 679–696. https://doi.org/10.1080/09669760.2021.1933917
Mbatha, Z., & Moreeng, B. (2024). Exploring history teachers’ understanding of using local history projects to develop learner’s historical skills. Studies in Learning and Teaching, 5(2), 282-295. https://doi.org/10.46627/silet.v5i2.353
Nitiasih, P. K., Permana, I. G. Y., & Budiartha, L. G. R. (2022). Enhancing students’ reading comprehension with gamification of local wisdom stories during emergency online learning. Journal of Education Technology, 6(3), 515–520. https://doi.org/10.23887/jet.V6i3.47289