รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนิสิตครูระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

Main Article Content

สุริยา ชาปู่
สุรีย์พร สว่างเมฆ

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัญหาและความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนิสิตครูระดับปริญญาตรี 2) เพื่อสร้างและตรวจสอบรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 3) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีขั้นตอนการวิจัย 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาปัญหาและความต้องการในการพัฒนาสมมรถนะการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และขั้นตอนที่ 3 การศึกษาผลการใช้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ กลุ่มตัวอย่าง คือ นิสิตครูระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสำรวจปัญหาและความต้องการในพัฒนาสมมรถนะการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ แบบประเมินความสามารถในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และแบบประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติทดสอบค่าที แบบ Dependent


ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัญหาและความต้องการในพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนิสิตระดับปริญญาตรี โดยด้านที่มีสภาพปัญหามากที่สุด คือ ด้านความรู้เกี่ยวกับหลักสูตรวิทยาศาสตร์ โดยข้อที่มีสภาพปัญหามากที่สุด การออกแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ 2) ผลการสร้างและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบ พบว่ารูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มีระดับความเหมะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และ 3) ผลการใช้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ พบว่า นิสิตที่เข้าร่วมการพัฒนาตามรูปแบบ หลังการพัฒนาสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชาปู่ ส. . ., & สว่างเมฆ ส. . . (2025). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนิสิตครูระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 8(6), 2785–2804. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/282241
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชัชรินทร์ ชวนวัน. (2552). รูปแบบสมรรถนะครูและบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาครูคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.

ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ.(พิมพ์ครั้งที่ 22). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ประยูร บุญใช้. (2565). การขยายผลการใช้รูปแบบการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 สำหรับครูประถมศึกษา. วารสารนิสิตวัง, 24(2), 91-102. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jonw/article/view/258783

พชรวิทย์ จันทร์ศิริสิร. (2554). การพัฒนาสมรรถนะทางการบริหาร. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

พระปลัดเขตขันท์ คนงานดี และ ศักดิ์ดา งานหมั่น. (2567). การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สนับสนุนการพัฒนาผู้เรียน. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 6(2), 471–482. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jemri/article/view/268363

ยนต์ ชุ่มจิต. (2550). ความเป็นครู. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.

สิรินภา กิจเกื้อกูล. (2557). กรณีศึกษาการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ประถมศึกษาในโรงเรียนขนาดเล็กแห่งหนึ่ง. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 16(2), 165-173. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/edujournal_nu/article/view/17570

เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์. (2545). ความขัดแย้ง-การบริหารเพื่อความสร้างสรรค์. กรุงเทพฯ: ตะเกียง.

Knowles, M. S. (1973). The adult learner: A neglected species. Houston: Gulf Publishing.