อาชญากรรมในม่านหมอก : บทวิเคราะห์ปัญหาหมอกควันพิษในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยผ่านมุมมองอาชญาวิทยาสีเขียว

Main Article Content

ธนภรณ์ กลิ่นฟุ้ง

บทคัดย่อ

หมอกควันพิษ (Haze) เป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจอย่างจริงจังในประเทศไทยเมื่อช่วง พ.ศ.2550 และกว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ผลกระทบของปัญหาดังกล่าวทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศที่อุดมไปด้วยป่าไม้ และพื้นที่ทางการเกษตร ที่ผ่านมานั้น การจัดการกับปัญหาหมอกควันพิษมักจะอยู่บนฐานมุมมองด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ (Paradigm Shift) ในการแก้ปัญหาหมอกควันพิษ ผ่านกรอบแนวคิด “อาชญาวิทยาสีเขียว” โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสาร (Documentary Analysis) เพื่ออธิบายว่าปัญหาดังกล่าวสามารถพิจารณาในฐานะอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม (Environmental Crime) ประเภทหนึ่งได้ จากมุมมองทฤษฎีทางเลือกอย่างเป็นเหตุเป็นผล และทฤษฎีป้องปราม พบว่า การเผาพื้นที่เกษตรเกิดจากการชั่งน้ำหนักเหตุและผลของผู้กระทำ โดยมีแรงจูงใจทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปัญหายังคงดำรงอยู่ และเนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายเฉพาะในการจัดการกับการกระทำดังกล่าว ในขณะที่กลไกกฎหมาย และระเบียบที่มีอยู่แม้จะมีการบังคับใช้ แต่ยังขาดประสิทธิภาพ เพราะแรงจูงใจทางเศรษฐกิจมีผลต่อการตัดสินใจของผู้กระทำผิดมากกว่าความเกรงกลัวกฎหมาย ด้วยเหตุนี้ การแก้ปัญหาหมอกควันพิษจึงควรถูกกำหนดให้เป็นเรื่องของอาชญากรรมสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การจัดการกับปัญหานึงควรมุ่งเน้นการแก้ไขเชิงระบบด้วย โดยมิได้มุ่งเน้นแต่การลงโทษปัจเจกบุคคลปลายทางเพียงอย่างเดียว เช่น ควรเพิ่มมาตรการสนับสนุนที่จะช่วยลดแรงจูงใจทางเศรษฐกิจของเกษตร และ/หรือผู้ประกอบการในการเผาในที่โล่ง เพื่อทำให้กลไกการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตรากฎหมายที่มีมาตรการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตในระบบเกษตรพันธสัญญา (Extended Producer Responsibility) และการเชื่อมโยงการสนับสนุนทางการเงินสีเขียว (Green Finance) เป็นต้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กลิ่นฟุ้ง ธ. (2026). อาชญากรรมในม่านหมอก : บทวิเคราะห์ปัญหาหมอกควันพิษในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยผ่านมุมมองอาชญาวิทยาสีเขียว. ผู้ตรวจการแผ่นดิน, 39(1), 215–244. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ombudsman/article/view/284434
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

เขมภัทร ทฤษฎิคุณ และฉัตรฑริกา นภาธนาพงศ์. (2567). ปฏิรูป ‘โทษปรับ’ เพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความเป็นธรรม.กรุงเทพธุรกิจ. ค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2569. จาก https://www.bangkokbiznews.com/health/social/1139249.

ชุติมณฑน์ สิริอินทร์. (2567). แนวทางกฎหมายทางเลือกเพื่อลดการเผาในที่โล่งในประเทศไทย (การค้นคว้าอิสระ นิติศาสตรมหาบัณฑิต). คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

เชียงใหม่นิวส์. (2568). พบไฟป่าสะสมของแม่ฮ่องสอนกว่า 4 พันจุด ทะยานพุ่งเกือบครึ่งของปีก่อน. ค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2568. จาก https://www.chiangmainews.co.th/social/3621673/.

ดามร คำไตรย์. (2561). มลพิษหมอกควันข้ามแดนอาเซียนกับการแก้ไขปัญหาด้วยข้อบังคับระดับท้องถิ่นไทย. วารสารนิติสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 1(11), 87-109.

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เอเชีย. (2568). ไฟป่าภาคเหนือยังวิกฤต จุดความร้อนพุ่ง – ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน. ค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2568. จาก https://ngthai.com/environment/77233/march-2025-wildfire/.

บีบีซี นิวส์ ไทย. (2563). ฝุ่น PM 2.5 กลับมาวิกฤต รัฐบาลทำอะไรไปแล้วบ้างหลังประกาศเป็น “วาระแห่งชาติ”. ค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2569. จาก https://www.bbc.com/thai/thailand-51030236.

พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต. (2556). วิพากษ์การอธิบายทางเลือกเชิงเหตุผล. วารสารเศรษฐศาสตร์การเมือง, 1(1), 143-180.

มติชนออนไลน์. (2568). รัฐบาล ฮึ่มเผาป่า เจอโทษหนัก คุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน เรียกค่าชดเชยไร่ละ 2 แสน. ค้นเมื่อ 19 ตุลาคม 2568. จาก https://www.matichon.co.th/politics/news_5113447.

ราชกิจจานุเบกษา. (2484). พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484. ค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2568, จาก https://searchlaw.ocs.go.th/council-of-state/#/public/doc/NUxMV1R4MWNSdHRUM1BYY2Y4VUEvQT09

ราชกิจจานุเบกษา. (2499). ประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499. ค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2568, จาก https://searchlaw.ocs.go.th/council-of-state/#/public/doc/K2dTMURyaDllOXJVWVZqZGJLK09pdz09

ราชกิจจานุเบกษา. (2507). พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507. ค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2568, จาก https://searchlaw.ocs.go.th/council-of-state/#/public/doc/YkswVjJ4dE0rR0pVS2hWR2N3V2IrQT09

ราชกิจจานุเบกษา. (2535). พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535. ค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2568, จาก https://searchlaw.ocs.go.th/council-of-

state/#/public/doc/bmdYQlJOQkI3U0hNUTVWRThuU09ZUT09

ราชกิจจานุเบกษา. (2535). พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535. ค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2568, จาก https://searchlaw.ocs.go.th/council-of-state/#/public/doc/SXU5bUYyN0w1Z29BeTZ4UVc4bXZXdz09

ราชกิจจานุเบกษา. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560. ค้นเมื่อ 8 ตุลาคม 2568, จากhttps://shorturl.asia/p57Bz.

ราชบัณฑิตยสถาน, (2554). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. กรุงเทพฯ ; นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.

สุทธิภัทร ราชคม. (2567). การลดการเผาสำหรับชาวไร่อ้อยรายเล็ก. ค้นเมื่อ 28 เมษายน 2569. จาก https://tdri.or.th/2025/05/sustainable-biomass-management-rice-sugarcane-part3/.

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. (2569). มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 5 พฤษภาคม 2569. ค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2569. จาก https://www.thaigov.go.th/th/news/163726.

สำนักงานกิจการยุติธรรม. (2561). รายงานสถานการณ์อาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม ประจำปี พ.ศ. 2561. ค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2569. จาก https://www.oja.go.th/wp-content/uploads/2019/10/WhitePaperonCrimeJustice2018.pdf.

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. (3 พฤศจิกายน 2568). ระบบบริหารจัดการเพื่อสุขภาวะในวิกฤตซ้อนวิกฤต. ค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2569. จาก https://www.nationalhealth.or.th/storage/downloads/f69ce68d-d0d2-4c8b-b476-2de534aa8293/main4polycrisis.pdf.

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (2550). แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2550 – 2554. ค้นเมื่อ 11 ตุลาคม 2568, จาก https://www.onep.go.th/ebook/spd/environment-plan-2550-2554.pdf.

สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์. (24 มกราคม 2565). เกษตรพันธสัญญาคืออะไร. ค้นเมื่อ 27 พฤษภาคม 2569. จาก https://www.opsmoac.go.th/chiangmai-article_prov-preview-441891791876.

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2568). รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร.

อัจฉรีย์ ทิพธนธรณินทร์. (2558). แนวทางการแก้ปัญหาหมอกควันสำหรับจังหวัดเชียงใหม่. วารสารด้านการบริหารรัฐกิจและการเมือง, 1(4). 72-105.

อุดมศักดิ์ สินธิพงษ์. (2566). กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม. สำนักพิมพ์วิญญูชน.

ภาษาอังกฤษ

ASEAN Secretariat. (2023). ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution. Jakarta: ASEAN Secretariat. 1-24.

Avi Brisman. (2014). Of Theory and Meaning in Green Criminology. International Journal for Crime, Justice and Social Democracy, 3(2), 21-34.

Becker GS. (1968). Crime and punishment: an economic approach, J Polit Econ 76(2), 169–217.

Edwards, Scott Adam, and Felix Heiduk. (2015). Hazy Days: Forest Fires and the Politics of Environmental Security in Indonesia, Journal of Current Southeast Asian Affairs. 34(3), 65–94.

Gibbs, J. P. (1968). Crime, Punishment and Deterrence. Southwestern Social Science Quarterly, 48, 515-530.

James Moran, Chirada NaSuwan, and Ora-orn Poocharoen. (2019). The haze problem in Northern Thailand and policies to combat it: A review. Environmental Science & Policy, 97(21), 1-15.

Lamond, G. (2007). What is a crime?. Oxford Journal of Legal Studies, 27(4), 609–632.

Ruggiero, V., and South, Nigel. (2013) Green Criminology and Crimes of the Economy: Theory. Research and Praxis. Critical Criminology, 21(3), 359-373.

Saengas, T., and Harnkiattiwong, T. (2025). Haze problems in Samoeng district, Chiang Mai, Thailand. International Journal of Environmental Quality, 68, 21–27.

Saksakulkrai, S., Chantara, S., Kraisitnitikul, P., Srivastava, D., and Shi, Z. (2026). Unveiling the origins of Northern Thailand’s haze: Comprehensive chemical characterization and source apportionment of PM2.5 using targeted molecular markers. Journal of Environmental Sciences, 159, 635–648.

Tacconi, L. (2016). Preventing fires and haze in Southeast Asia. Nature Climate Change, 6(7), 640–643.

Tan, A. K. J. (2005). The ASEAN agreement on transboundary haze pollution: Prospects for compliance and effectiveness in post-Suharto Indonesia. NYU Envtl. LJ, 13, 647-722.

White, R. (2008). Crimes against nature: Environmental criminology and ecological justice. Cullompton: Willan. (Edition 1). https://www.routledge.com/Crimes-Against-Nature-Environmental-Criminology-and-Ecological-Justice/White/p/book/9781843923619.

Wongpakaran, N., and Jintanakul, K. (2023). Policy incentives and open burning reduction in Northern Thailand. Journal of Social Innovation and Development, 15(2), 45–60.