แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนพื้นที่สูง ในถิ่นทุรกันดาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2
คำสำคัญ:
แนวทางพัฒนา, การส่งเสริมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ, โรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดารบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพ ปัญหา และหาแนวทางการพัฒนาและส่งเสริมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ตาก เขต 2 แหล่งข้อมูล ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอนในโรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร จำนวน 320 คน จำแนกเป็น ผู้บริหารสถานศึกษาจำนวน 66 คน และครูผู้สอนจำนวน 254 คน และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการส่งเสริมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร จำนวน 17 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อวิเคราะห์หาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า (1) สภาพการส่งเสริมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านการสนับสนุนและการเป็นผู้นำร่วมกัน และปัญหาการส่งเสริมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพที่พบมากที่สุดคือ สถานศึกษาขาดการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อปฏิบัติงานส่งเสริมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) (2) แนวทางพัฒนาการส่งเสริมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร พบว่า 1) สถานศึกษาควรมีการจัดประชุมวางกรอบโครงสร้าง แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานเกี่ยวกับการส่งเสริมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 2) สถานศึกษาควรส่งเสริมให้ครูสร้างนวัตกรรมในการแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน 3) ผู้บริหารทำข้อตกลง (MOU) กับครูผู้สอนในการพัฒนานวัตกรรม การแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน 4) สถานศึกษาประกาศชั่วโมงการปฏิบัติงานภาระงาน และแต่งตั้งคำสั่งการปฏิบัติงานในหน้าที่ของครู และ 5) ผู้บริหารควรส่งเสริมให้ครูเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางอาชีพ แลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมกันพัฒนานวัตกรรม ร่วมแก้ไขปัญหาในการจัดการเรียนการสอน
เอกสารอ้างอิง
กัลยาณี พันโบ และลัดดาวัลย์ เพชรโรจน์. (2564). แนวทางการขับเคลื่อนชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 12(2). 111-127.
ชุลีพร สุระโชติ. (2563). การพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (PLC) [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ปาริชาติ เข่งแก้ว และคณะ. (2563). แนวทางการบริหารสถานศึกษาโดยใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3. วารสารการบริหารนิติบุคคลและนวัตกรรมท้องถิ่น, 6(5), 336-345.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2. (2565). แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2565. ตาก: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2.
สุพรรณิการ์ ชนะนิล และธีรชัย เนตรถนอมศักดิ์. (2563). PLC ดีจริงหรือกับการพัฒนาการศึกษาไทย. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 14(1), 68–81.
อดุลวิทย์ ปิจจะ. (2561). การศึกษาแนวทางในการดำเนินงานกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดเชียงราย. [สารนิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยพะเยา.
อิสระ ดีครัน. (2564). แนวทางการส่งเสริมการเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ของสถานศึกษากลุ่มโรงเรียนพบพระ-วาเล่ย์-รวมไทย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2. วารสารวิชาการนอร์ทเทิร์น, 8(2), 15-29.
Krejcie R.V. & D.W. Morgan. (1970). “Determining Sample Size for Research Activities”. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
