การพัฒนาบทบาทของพนักงานสอบสวนในการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาเด็กและเยาวชนในคดีอาญาศึกษาเฉพาะกองบัญชาการตำรวจนครบาล
คำสำคัญ:
การพัฒนาบทบาท, พนักงานสอบสวน, การคุ้มครองเด็กและเยาวชนบทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาถึงความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ปัจจัยปัญหาอุปสรรคที่ส่งผลต่อบทบาทของพนักงานสอบสวนในการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาเด็กและเยาวชนในคดีอาญา เพื่อแสวงหาแนวทางการพัฒนาบทบาทของพนักงานสอบสวนในการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาเด็กและเยาวชนในคดีอาญา ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล การศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษาได้ค้นคว้าจากเอกสารทางวิชาการ เอกสารทางราชการ งานวิจัยในประเทศ บทความ บทวิเคราะห์ รายงานการสัมมนาทางวิชาการ วิทยานิพนธ์ การวิจัยภาคสนาม และการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้ศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างที่จำนวน 251 คน และสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิ
ผลการศึกษาพบว่า พนักงานสอบสวนกลุ่มตัวอย่างของกองบัญชาการตำรวจนครบาลส่วนใหญ่ มีความรู้ ความเข้าใจต่อบทบาทของพนักงานสอบสวนในการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาเด็กและเยาวชนในคดีอาญาเป็นอย่างดี ในส่วนการให้การคุ้มครองสิทธิแก่ผู้ต้องหาเด็กและเยาวชน พนักงานสอบสวนควรได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณ อุปกรณ์ที่จำเป็นอย่างเพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานสอบสวนประสบปัญหาอุปสรรคกรณีการห้ามใช้เครื่องพันธนาการกับเด็กและเยาวชน เนื่องจากเกรงว่าเด็กและเยาวชนจะหลบหนีระหว่างนำตัวไปทำการตรวจสอบการจับกุม ขาดสถานที่ควบคุมเด็กและเยาวชนที่มีความเหมาะสมประกอบกับ กระบวนการสอบสวนเด็กและเยาวชนมีความซับซ้อนต้องประสานงานกับสหวิชาชีพและผู้ปกครองดูแลเด็ก และการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวนขาดความต่อเนื่องและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
แนวทางการพัฒนาบทบาทของพนักงานสอบสวนในการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาเด็กและเยาวชนในคดีอาญา ควรพัฒนาให้ความรู้พนักงานสอบสวนให้มีความเชี่ยวชาญด้านการสอบสวนเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง สมควรมีการจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะทางหรือหน่วยงานเพื่อประสานงานกลาง เพื่อช่วยเหลือพนักงานสอบสวนติดตามผู้ต้องหาเด็กและเยาวชน และผู้ปกครองเด็กเพื่อสอบสวนปากคำ ตลอดจัดสถานที่ควบคุมเด็กและเยาวชนควรจัดให้มีความเหมาะสมเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมุ่งไปที่ประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชน อย่างแท้จริง
เอกสารอ้างอิง
พิชญา เหลืองรัตนเจริญ. (2555). กระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต. คณะนิติศาสตร์. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
พิชญ์สินี วงศ์ปราโมทย์. (2557). การตรวจสอบการจับกุมเด็กและเยาวชนตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีและครอบครัว พ.ศ.2553. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. คณะนิติศาสตร์. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
มนตรี ค้ำคูณ. (2557). ปัญหาอุปสรรคพนักงานสอบสวนต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดี เยาวชนและครอบครัว พ.ศ.2553 : ศึกษาเฉพาะกรณีกองบังคับการตำรวจนครบาล 1. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. สาขาการบริหารงานยุติธรรม. คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วรวิทย์ ฤทธิทิศ. (2560). การดำเนินคดีในศาลเยาวชนและครอบครัว. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์วิญญูชน.
วันชัย รุจนวงศ์และคณะ (2550). อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก เรื่อง การขายเด็ก การค้าประเวณี และสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก, [เรื่อง]ความเกี่ยวพันของเด็กในความขัดแย้งกันด้วยอาวุธ . กรุงเทพมหานคร : คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ สำนักส่งเสริมและพิทักษ์เด็ก. กลุ่มการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ.
สุมนทิพย์ จิตสว่าง. (2555). กระบวนการดำเนินการป้องกันปราบปรามและดำเนินการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีขิงตำรวจเกี่ยวกับคดีเด็กและเยาวชน. รายงานการวิจัย.
สุนายสุวิช ปนุตติกร. (2555). กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันกับการดำเนินคดีอาญาของศาลเยาวชนและครอบครัว. เอกสารการฝึกอบรม. หลักสูตรผู้พิพากษาผู้บริหารในศาลชั้นต้น รุ่นที่ 10. สำนักงานศาลยุติธรรม. สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
อุษากร ภู่วิทยพันธุ์. (2557). ปัญหาในการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาที่มีอายุไม่เกิน 18 ปีในชั้นก่อนฟ้องคดีศึกษาเฉพาะกรณีการจับกุม การควบคุม การสอบสวนปากคำ. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. คณะนิติศาสตร์. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอสงวนสิทธิในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ในแบบรูปเล่มและทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด
บทความหรือข้อความคิดเห็นใดๆ ที่ปรากฏในวารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ