ทัศนคติและพฤติกรรมของเยาวชนไทยต่อแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม กรณีศึกษา: อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมของเยาวชนไทยต่อแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง 450 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติ t-test และ F-test โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการศึกษา พบว่า เยาวชนไทยส่วนใหญ่ทราบว่าอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จากทางอินเตอร์เน็ต และส่วนใหญ่พึ่งเดินทางไปท่องเที่ยวครั้งแรก มีวัตถุประสงค์เพื่อไปท่องเที่ยวและพักผ่อนกับครอบครัวและญาติ โดยเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ค่าใช้จ่ายในการไปท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อครั้ง 500 - 1,000 บาทจากการไปท่องเที่ยวเยาวชนไทยมีความประทับใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบซึ่งมีความสวยงามบรรยากาศดีมีวัฒนธรรมดั้งเดิมทำให้นึกถึงประวัติศาสตร์ไทยในอดีต และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย จึงมีความสนใจที่จะกลับไปเที่ยวอีกครั้ง
สำหรับทัศนคติของเยาวชนไทยโดยภาพรวม พบว่า เยาวชนไทยมีทัศนคติอยู่ในระดับดีต่ออุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการจัดการพื้นที่ ด้านการป้องกันและอนุรักษ์ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านการประชาสัมพันธ์ และด้านบทบาทของภาครัฐ เยาวชนไทยส่วนใหญ่มีทัศนคติอยู่ในระดับดีทุกด้าน ยกเว้นด้านการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่นซึ่งเยาวชนไทยมีทัศนคติอยู่ระดับปานกลาง และเมื่อเปรียบเทียบทัศนคติของเยาวชนไทยจำแนกตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ พบว่า เยาวชนไทยที่มีอายุ การศึกษา และอาชีพของผู้ปกครองต่างกัน มีทัศนคติแตกต่างกัน ส่วนเยาวชนไทยที่มีเพศ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครอบครัวต่างกันมีทัศนคติไม่แตกต่างกัน
ผลการศึกษา พบว่า เยาวชนไทยส่วนใหญ่ทราบว่าอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จากทางอินเตอร์เน็ต และส่วนใหญ่พึ่งเดินทางไปท่องเที่ยวครั้งแรก มีวัตถุประสงค์เพื่อไปท่องเที่ยวและพักผ่อนกับครอบครัวและญาติ โดยเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ค่าใช้จ่ายในการไปท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อครั้ง 500 - 1,000 บาทจากการไปท่องเที่ยวเยาวชนไทยมีความประทับใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบซึ่งมีความสวยงามบรรยากาศดีมีวัฒนธรรมดั้งเดิมทำให้นึกถึงประวัติศาสตร์ไทยในอดีต และเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย จึงมีความสนใจที่จะกลับไปเที่ยวอีกครั้ง
สำหรับทัศนคติของเยาวชนไทยโดยภาพรวม พบว่า เยาวชนไทยมีทัศนคติอยู่ในระดับดีต่ออุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการจัดการพื้นที่ ด้านการป้องกันและอนุรักษ์ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านการประชาสัมพันธ์ และด้านบทบาทของภาครัฐ เยาวชนไทยส่วนใหญ่มีทัศนคติอยู่ในระดับดีทุกด้าน ยกเว้นด้านการมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่นซึ่งเยาวชนไทยมีทัศนคติอยู่ระดับปานกลาง และเมื่อเปรียบเทียบทัศนคติของเยาวชนไทยจำแนกตามลักษณะทางประชากรศาสตร์ พบว่า เยาวชนไทยที่มีอายุ การศึกษา และอาชีพของผู้ปกครองต่างกัน มีทัศนคติแตกต่างกัน ส่วนเยาวชนไทยที่มีเพศ และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครอบครัวต่างกันมีทัศนคติไม่แตกต่างกัน
Article Details
รูปแบบการอ้างอิง
Mongkhonvanit, C., & Chattiwong, R. (2016). ทัศนคติและพฤติกรรมของเยาวชนไทยต่อแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม กรณีศึกษา: อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา. วารสารการบริการและการท่องเที่ยวไทย, 10(2), 3–17. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/tourismtaat/article/view/45398
ประเภทบทความ
บทความวิจัย
เอกสารอ้างอิง
[1] การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพระนครศรีอยุธยา. (2557). ประวัติจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. (ออนไลน์). สืบค้นได้จาก https://ayutthaya.mots.go.th/ วันที่สืบค้น 1 มิถุนายน 2557.
[2] กัลยา วานิชย์บัญชา. (2548). สถิติสำหรับงานวิจัย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
[3] จิรานุช โสภา และคณะ. (2554). ศักยภาพการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกของประเทศไทย กรณีศึกษา: อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร และอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
[4] ปวริศา สิทธิสาร. (2551). การศึกษาพฤติกรรมและความพึงพอใจของผู้มาเที่ยวชมนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการทั่วไป, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
[5] ภัทรานิษฐ์ ศุภกิจโกศล. (2554). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลก กรณีอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
[6] วรวีวรรณ เตชะสุวรรณวงศ์. (2549). การมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาต่อการอนุรักษ์มรดกโลกทางวัฒนธรรม. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
[7] ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ. (2550). พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพฯ: พัฒนาศึกษา
[8] ศศิกานต์ อินท้วม. (2556). ความต้องการและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความต้องการมีส่วนร่วมของผู้ค้าในการอนุรักษ์มรดกโลก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพัฒนาสังคม, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
[9] ศูนย์ข้อมูลโลก กระทรวงวัฒนธรรม. (2557). แหล่งมรดกโลกในประเทศไทย. (ออนไลน์) สืบค้นจาก www.thaiwhic.go.th วันที่สืบค้น 1 มิถุนายน 2557.
[10] สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2557). สถิติการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ.2553-2555. (ออนไลน์). สืบค้นได้จาก https://www.tourism.go.th วันที่สืบค้น 1 มิถุนายน 2557.
[11] สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร. (2548). คู่มือการดูแลรักษาโบราณสถาน สำหรับการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สมาพันธ์ จำกัด
[12] สมาภรณ์ คงเจริญกาย. (2548). พฤติกรรมและความพึงพอใจของผู้ที่เข้ามาท่องเที่ยวที่มีผลต่อการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
[13] อดุลย์ จาตุรงคกุล และดลยา จาตุรงคกุล. (2550). พฤติกรรมผู้บริโภค. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
[2] กัลยา วานิชย์บัญชา. (2548). สถิติสำหรับงานวิจัย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
[3] จิรานุช โสภา และคณะ. (2554). ศักยภาพการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกของประเทศไทย กรณีศึกษา: อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร และอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
[4] ปวริศา สิทธิสาร. (2551). การศึกษาพฤติกรรมและความพึงพอใจของผู้มาเที่ยวชมนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการทั่วไป, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
[5] ภัทรานิษฐ์ ศุภกิจโกศล. (2554). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลก กรณีอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต
[6] วรวีวรรณ เตชะสุวรรณวงศ์. (2549). การมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาต่อการอนุรักษ์มรดกโลกทางวัฒนธรรม. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
[7] ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ. (2550). พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพฯ: พัฒนาศึกษา
[8] ศศิกานต์ อินท้วม. (2556). ความต้องการและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความต้องการมีส่วนร่วมของผู้ค้าในการอนุรักษ์มรดกโลก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาพัฒนาสังคม, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
[9] ศูนย์ข้อมูลโลก กระทรวงวัฒนธรรม. (2557). แหล่งมรดกโลกในประเทศไทย. (ออนไลน์) สืบค้นจาก www.thaiwhic.go.th วันที่สืบค้น 1 มิถุนายน 2557.
[10] สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2557). สถิติการท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ศ.2553-2555. (ออนไลน์). สืบค้นได้จาก https://www.tourism.go.th วันที่สืบค้น 1 มิถุนายน 2557.
[11] สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร. (2548). คู่มือการดูแลรักษาโบราณสถาน สำหรับการมีส่วนร่วมของท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สมาพันธ์ จำกัด
[12] สมาภรณ์ คงเจริญกาย. (2548). พฤติกรรมและความพึงพอใจของผู้ที่เข้ามาท่องเที่ยวที่มีผลต่อการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
[13] อดุลย์ จาตุรงคกุล และดลยา จาตุรงคกุล. (2550). พฤติกรรมผู้บริโภค. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์