ปัจจัยที่มีผลต่ออรรถประโยชน์ในการมีบุตรของเจนเนอเรชั่นวายในกรุงเทพมหานคร

ผู้แต่ง

  • ปรเมศร์ อัศวเรืองพิภพ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  • กุลสตรี คุณโตนด คณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  • จุฑารัตน์ หรุจันทร์ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  • พรมจรินทร์ ศรจรัสสุวรรณ นักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจและการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  • พิจิตรา บุญเกีย นักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจและการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  • พินิฐนัน พรหมจันทร์ นักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจและการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

คำสำคัญ:

เจนเนอเรชั่นวาย , ปัจจัยด้านสังคม , ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ , นโยบายของรัฐที่สนับสนุน , อรรถประโยชน์ในการมีบุตร

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่ออรรถประโยชน์ในการมีบุตรของเจนเนอเรชั่นวายในกรุงเทพมหานคร และมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) อรรถประโยชน์ในการมีบุตรของกลุ่มเจนเนอเรชั่นวายในกรุงเทพมหานคร 2) ปัจจัยที่มีผลต่ออรรถประโยชน์ในการมีบุตรของกลุ่มเจนเนอเรชั่นวายในกรุงเทพมหานคร โดยมีตัวอย่างในงานวิจัย จำนวน 400 คน ใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-Stage Sampling) ขั้นตอนที่ 1 สุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) เพื่อเลือกพื้นที่ แล้วจึงใช้วิธีสุ่มตัวอย่างแบบโควตา (Quota Sampling) เก็บตัวอย่างด้วยแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และการวิเคราะห์ความถดถอยแบบพหุ (Multiple Regression Analysis) ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีอรรถประโยชน์ในการมีบุตรโดยรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน 3 ด้าน ที่มีอรรถประโยชน์สูงสุด ได้แก่ ความชื่นชมยินดีเป็นคุณค่าทางจิตใจ ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น และทำให้ชีวิตครอบครัวสมบูรณ์แบบ สำหรับปัจจัยที่มีผลต่ออรรถประโยชน์ในการมีบุตร ได้แก่ สถานภาพการสมรส การมีบุตรในปัจจุบัน ความต้องการมีบุตรในอนาคต ปัจจัยด้านสังคม และนโยบายของรัฐที่สนับสนุน โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 95

เอกสารอ้างอิง

กนกวรา พวงประยงค์. (2562). แนวคิดและทฤษฎีที่สำคัญในการศึกษาด้านภาวะเจริญพันธุ์และความต้องการ

มีบุตรในยุคเกิดน้อย: สารัตถะและบทสังเคราะห์. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 45(1),

หน้า 77-118.

เทียนฉาย กีระนันท์. (2527). อุปสงค์ต่อบุตร : การเปลี่ยนแปลงในช่วงทศวรรษ (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก:

https://cuir.car.chula.ac.th/bitstream/123456789/739/3/Thienchay%28aim%29.pdf

, 15 ธันวาคม].

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2566). สังคมไทยจะทำอย่างไร เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่อยากมีลูก (ออนไลน์).

เข้าถึงได้จาก: https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-

publications/articles/article-2023sep18.html [2568, 10 มกราคม].

มนสิการ กาญจนะจิตรา, รีนา ต๊ะดี และกัญญาพัชร สุทธิเกษม. (ม.ป.ป.). การตัดสินใจด้านการเจริญพันธุ์

ของคนเจนวาย (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก: https://ipsr.mahidol.ac.th/wp-content/

uploads/2022/03/07_Manasigan-Gen-Y.pdf [2568, 6 สิงหาคม].

ศตายุ ภัทรกิจกุศล และอัญชนา ณ ระนอง. (2563). การศึกษาปัจจัยด้านนโยบายเพื่อการสนับสนุนการมีบุตร

ที่มีผลต่อจำนวนบุตรที่สตรีเจนวายกลุ่มรายได้ปานกลางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลวางแผน

ว่าจะมี. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์, 18(2), หน้า 1-25.

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์. (2566). สังคมสูงวัยกับภาระทางการคลัง (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก:

https://www.pier.or.th/abridged/2023/08/ [2568, 16 สิงหาคม].

สำนักงานบริหารยุทธศาสตร์ สำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล. (2568). วิเคราะห์ข้อมูลเมือง (ออนไลน์).

เข้าถึงได้จาก: https://webportal.bangkok.go.th/pipd [2568, 6 สิงหาคม].

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). 11 กรกฎาคม...วันประชากรโลก 2567 (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก:

https://www.nso.go.th/public/e-book/NSOLetsRead/population.html [2568, 12 มกราคม].

Becker, G. S. (1991). A Treatise on the Family. Cambridge, MA: Harvard University.

Blacker, C. P. (1947). Stages in population growth. The Eugenics Review, 39(3), pp. 88-101.

Bongaarts, J. (1978). A framework for analyzing the proximate determinants of fertility.

Population and development review, 4(1), pp. 105-132.

https://doi.org/10.2307/1972149

Caldwell, J. C., Barkat-e-Khuda., Caldwell, B., Pieris, I., & Caldwell, P. (1999). The Bangladesh

fertility decline: An interpretation. Population and Development Review, 25(1),

pp. 67-84.

Chairith Yonpiam. (2025). Experts urge action as declining birth rate set to hit Thai

workforce (Online). Available: https://www.bangkokpost.com/thailand/general/

/experts-urge-action-as-declining-birth-rate-set-to-hit-thai-workforce

, March 13].

Davis, K., & Blake, J. (1956). Social structure and fertility: An analytic framework. Economic

development and cultural change, 4(3), pp. 211-235.

Easterlin, R. A. (1975). An economic framework for fertility analysis. Studies in family

planning, 6(3), pp. 54-63.

Ranjbar, M., Rahimi, M. K., Heidari, E., Bahariniya, S., Alimondegari, M., Lotfi, M. H., & Shafaghat, T.

(2024). What factors influence couples’ decisions to have children? Evidence

from a systematic scoping review (Online). Available:

https://doi.org/10.1186/s12884-024-06385-3 [2025, August 6].

Smuseneto, A. (2019). Determinants of childbearing among Thai-Muslim Generation Y in

Thailand. Journal of Population and Social Studies [JPSS], 27(4), pp. 321-333.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-08-27

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย