กลยุทธ์การจัดการวิทยุภาคตะวันออก
Main Article Content
บทคัดย่อ
การแข่งขันของการจัดการสื่อวิทยุกระจายเสียงในภาคตะวันออกค่อนข้างรุนแรงเนื่องจากมีสถานีวิทยุกระจายเสียงเป็นจำนวนมากใช้กลยุทธ์ทางการตลาดในรูปแบบต่างๆเพื่อแย่งชิงงบโฆษณาสื่อวิทยุกระจายเสียงที่มีอยู่อย่างจำกัดผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงจึงต้องการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การบริหารจัดการสถานีและกลยุทธ์การตลาดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันทางธุรกิจเชิงรุก รวมทั้งเร่งสร้างและรักษาฐานผู้ฟังของแต่ละสถานีให้มากยิ่งขึ้น (รายงานประจำปี อสมท., 2565) ผู้วิจัยจึงสนใจศึกษาเกี่ยวกับกลยุทธ์การจัดการสื่อวิทยุกระจายเสียงในภาคตะวันออก ซึ่งการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัญหาและแนวทางการจัดการเชิงกลยุทธ์ ของสื่อวิทยุกระจายเสียงในภาคตะวันออก 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการจัดการองค์กรiสื่อวิทยุกระจายเสียงในภาคตะวันออก 3) เพื่อพัฒนารูปแบบกลยุทธ์การจัดการสื่อวิทยุกระจายเสียงในภาคตะวันออกโดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน สำหรับการวิจัยเชิงปริมาณเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการและผู้บริหารสื่อวิทยุกระจายเสียงและผู้ฟังรายการวิทยุกระจายเสียง ในภาคตะวันออก จำนวน 392 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้สถิติ t-test, Chi-square การวิเคราะห์ค่าความแปรปรวน ทางเดียว (One-way ANOVA) และเปรียบเทียบความแตกต่างเป็นรายคู่ด้วยวิธีเชฟเฟ่ ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก และการระดมสมอง ผู้บริหารสื่อวิทยุกระจายเสียงและนักวิชาการในจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด จำนวน 30 คน
ผลการวิจัยพบว่า 1) จำนวนผู้ฟังรายการวิทยุกระจายเสียงในภาคตะวันออกเพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารลดลง และผู้ประกอบการและผู้บริหารสื่อวิทยุกระจายเสียงส่วนมากเป็นผู้สูงอายุไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับเทคโนโลยีการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน 2) เทคโนโลยีการสื่อสารทำให้เกิดช่องทางในการติดต่อสื่อสารที่สะดวกรวดเร็ว และมีความหลากหลายส่งผลให้ผู้ฟังรายการวิทยุกระจายเสียงในภาคตะวันออกมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปเปิดรับ สื่อออนไลน์แทน 3) กลยุทธ์การจัดการสื่อวิทยุกระจายเสียงในภาคตะวันออกมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับบุคลากร และใช้เทคโนโลยีในการผลิตเนื้อหาของรายการให้ทันสมัยและมี ความสอดคล้องพฤติกรรมการใช้สื่อออนไลน์ของผู้ฟังรายการวิทยุกระจายเสียงยุคปัจจุบัน ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปเป็นแนวทางการพัฒนาการจัดรายการของสถานีวิทยุกระจายเสียง ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการเปิดรับและการใช้สื่อออนไลน์ในการติดตามข้อมูลข่าวสารของผู้ฟังรายการส่งผลทำให้วิทยุกระจายเสียงมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงขึ้นมีรายได้มากขึ้น และประสบความสำเร็จในการดำเนินกิจการวิทยุกระจายเสียง
Article Details
เอกสารอ้างอิง
Broadcasting and Television Business Operations Act B.E. 2551 (2008). (2008). Royal Thai Government Gazette, Vol. 125, Part 27A, pp. 1–21.
Deewong, P. (2016). Marketing communications strategy in radio station in digital era. Phranakhon Rajabhat Research Journal: Humanities and Social Sciences, 11(1), 217–228. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/PNRU_JHSS/article/view/47235/50077
Deewong, P. (2019). Adaptation of radio broadcasting in the media convergence era. Journal of Mass Communication, 7(1), 25–27.
Kaewthep, K., et al. (2012). Ole media–New media: Semiotics, identity, ideology. Metheevijai‑Arvuso Project.
Kieosrikul, R. (2019). Development of a management model for radio broadcasting. [Unpublished doctoral dissertation]. Sukhothai Thammathirat Open University.
MCOT Public Company Limited. (2022). Annual information form/Annual report 2022. MCOT Public Company Limited.
McQuail, D. (1987). Mass communication theory: An introduction (2nd ed.). Sage Publications.
Shaw, K. (2017). Opinion of media professionals towards their roles as social school. Panyapiwat Journal, 9(2), 185–196.
Srisuksaard, B. (1992). Basic principles of research (3rd ed.). Suviriyasarn.
Sukphun, B. (1979). Radio and television in Thailand: Laws and regulations on radio and television, 1955–1979.Thammasat University Press.
Sukhonthajorn, J., & Kaewseenual, L. (2017). The strategic management of the National Broadcasting Services of Thailand in Nakhon Si Thammarat Province in media convergence era. Journal of Management Sciences Suratthani Rajabhat University, 5(1), 81–106. https://so03.tci- thaijo.org/index.php/msj/article/view/129924/97596