The development of scientific literacy by STEM education overlap Socio-Scientific Issue in the topic greenhouse effect of grade 6 students
Main Article Content
Abstract
This research aimed to 1) to compare the science literacy of grade 6 students before and after the learning intervention. 2) to study scientific literacy after the learning intervention. the research design was One Group Pretest-Posttest Design. The sample consisted of sixth grade students’ primary schools in Chun 2 School Group under the Phayao Primary Educational Service Area Office 2 total 32 students. by a cluster sampling technique. Using the classroom as the random unit. The research instruments consisted of: 1) the lesson plans toward the STEM education overlaps Social-Science Issue learning 2) The scientific competency test and 3) The attitudes towards science assessment. The data were analyzed using average, standard deviation, and dependent sample t-test. The research results were found as follows; 1) students' science competency after learning was at level 3, with a mean percentage of 58.97 ( =17.69, S.D.= 3.31), with the highest mean score in the ability to explain scientific phenomena, and Students have average attitudes towards science after studying at a high level ( =2.51, S.D.= 0.15). with the highest mean score in environmental awareness. Additionally, students' science competency after learning was significantly higher than before learning at a statistical significance level of 0.05, and students' attitudes towards science after learning were significantly higher than before learning at a statistical significance level of 0.05
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
References
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ:ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2565). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2566 ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
จตุรภัทร มาศโสภา,ธารทิพย์ ขุนทอง และบุษยารัตน์จันทร์ประเสริฐ. (2564). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ประเด็นวิทยาศาสตร์กับสังคมร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับด้านเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. Journal of Roi Kaensarn Academi,7(2),1-5.
ชวนพิศ คณะพัฒน์, ธีรพงษ์ แสงประดิษฐ์, มนัส บุญประกอบ, และประสงค์ เมธีพินิตกุ, (2559). ผลการใช้รูปแบบการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวคิดการใช้ปัญหานาทางและการวิพากษ์วิจารณ์ทางสังคมและแนวคิดวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสังคมเพื่อส่งเสริมการรู้วิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารวิชาการเครือข่ายบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือ, 6(11), 67-80.
ณัฐธิดา นาคเสน, ถาดทอง ปานศุภวัชร, และนิติธาร ชูทรัพย์. (2563). การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา เรื่อง พลังงานในชีวิตประจำวัน สำหรับชั้นเรียนวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 43(2), 31-42.
ดุสิต ทองสุขนอก, และณัฐกานต์ ศาสตร์สูงเนิน. (2565). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นบูรณาการ และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 ด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา เรื่อง โยเกิร์ตข้าว. วารสาร บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 19(84), 128-138.
ธนวรรษน์ เหง้าดา, ศศิเทพ ปิติพรเทพิน, ปัฐมาภรณ์ พิมพ์ทอง และพงศ์ประพันธ์ พงษ์โสภณ. (2565). สภาพปัจจุบันในการจัดการเรียนรู้โดยใช้ประเด็นทางสังคมที่เกี่ยวเนื่องกับวิทยาศาสตร์เป็นฐาน โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 45(2), 53-68.
นารีมะห์ วาโด. (2566). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวคิดสะเต็มศึกษา เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้ทางวิทยาศาสตร์และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. Journal of Roi Kaensarn Academi, 8(5), 389-403.
บัณฑิตา อินสมบัติ, สิริพร ปานาวงษ์ และอนงค์นาถ ยิ้มช้าง. (2560). การยกระดับคุณภาพผู้เรียนจากผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) โรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์, 12(34), 39-50.
พัทธดนย์ อุดมสันติ. (2560). การพัฒนาการรู้วิทยาศาสตร์โดยการจัดการเรียนรู้ที่ใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมตามแนวคิดสะเต็มศึกษา เรื่อง แสงและทัศนูปกรณ์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
มนตรี จุฬาวัฒนทล. (2556). สะเต็มศึกษาประเทศไทยและทูตสะเต็ม (STEM Education Thailand and STEM Ambassadors). นิตยาสาร สสวท, 42(185), 14-18.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2561). ผลการประเมิน PISA 2015 วิทยาศาสตร์ การอ่าน และคณิตศาสตร์ ความเป็นเลิศและความเท่าเทียมทางการศึกษา. กรุงเทพฯ. บริษัท ซัคเซสพับลิเคชั่น จำกัด.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2564). ผลการประเมิน PISA 2018 การอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ. บริษัท ซัคเซสพับลิเคชั่น จำกัด.
แสงแก้ว พานจันทร์. (2562). การจัดการเรียนรู้ตามแนวประเด็นทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ เพื่อพัฒนามโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ เรื่องระบบหมุนเวียนเลือด และระบบภูมิคุ้มกัน และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารชุมชนวิจัย, 13(3),212-224.
อภิชาติ พยัคฆิน. (2564). การเสริมสร้างสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์และเจตคติต่อสะเต็มศึกษาสำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ตามแนวสะเต็มศึกษา. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 12(2), 128-139.
Herman C. B. , Sadler D. T., Zeidler L. D.,and Newton H. M.. (2018). A Socioscientific Issues Approach to Environmental Education.International Perspectives on the Theory and Practice of Environmental Education: A Reader, 145-161. https://DOI:10.1007/978-3-319-67732-3_11.
Sadler D. T.. (2004). Informal Reasoning Regarding Socioscientific Issues: A Critical Review of Research. Journal of research in science teaching, 41(5), 513-536.
Sole, F. B. (2021). Implementation of STEM-Based Learning for Strengthening Science Literacy of Students. Jurnal Penelitian Pendidikan IPA, 7 (Special Issue), 382-388.
Zeidler L. D. (2016). STEM education: A deficit framework for the twenty first century? A sociocultural socioscientific response. Cultural Studies of Science Education, 11(1), 11–26.