สิทธิของพระภิกษุในทรัพย์สิน มรดก และภาษีอากร : การวิเคราะห์เชิงนิติศาสตร์เปรียบเทียบไทย เนปาล และศรีลังกา

ผู้แต่ง

  • พระเมธีวัชรประชาทร (ประยูร นนฺทิโย) นักวิชาการอิสระ
  • จักกฤษ กระต่ายวงษ์พระจันทร์ นักวิชาการอิสระ

คำสำคัญ:

พระภิกษุ, มรดก, ภาษีอากร

บทคัดย่อ

บทความนี้มุ่งศึกษาสถานะและสิทธิของพระภิกษุในประเทศไทยในเรื่องการถือครองทรัพย์สิน การได้รับมรดก และภาระภาษีอากร ภายใต้กรอบกฎหมายฆราวาส อันสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างข้อบังคับทางกฎหมายของรัฐกับหลักพระธรรมวินัยทางพระพุทธศาสนา โดยวิเคราะห์บทบัญญัติของกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1622-1624 ได้วางหลักจำกัดสิทธิของพระภิกษุในการรับมรดก และระบุให้ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมณเพศตกเป็นของวัดโดยอัตโนมัติ มาตรา 42 (17) แห่งประมวลรัษฎากร พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 และคำพิพากษาศาลฎีกาที่สำคัญ จากนั้นนำมาเปรียบเทียบกับกฎหมายของประเทศเนปาลซึ่งมีระบบ Guthi ที่มีรากฐานจากจารีต และศรีลังกาซึ่งใช้ระบบทรัสตี ภายใต้ Buddhist Temporalities Ordinance แม้กฎหมายไทยมีความพยายามในการรักษาหลักพระวินัยของพระภิกษุผ่านการจำกัดสิทธิทางทรัพย์สิน แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการตีความ เช่น ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของวัดในฐานะผู้รับทรัพย์ และการจัดการทรัพย์สินในยุคดิจิทัล ขณะที่ศรีลังกามีกลไกควบคุมภายใต้กฎหมายเฉพาะ และเนปาลใช้กลไกจารีตผ่าน Guthi ซึ่งมีความยืดหยุ่นมากกว่า ข้อเสนอเชิงนโยบายของบทความนี้ คือ การปรับถ้อยคำกฎหมายให้ทันสมัย การจัดทำแนวปฏิบัติร่วมระหว่างรัฐกับคณะสงฆ์ การใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความโปร่งใส และการส่งเสริมการทำพินัยกรรมเชิงศาสนา

เอกสารอ้างอิง

กรมสรรพากร. (2509). กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นเงินได้. กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.

พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10). (2496, 9 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 70 ตอนที่ 12. หน้า 14-17.

พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดก. (2558, 5 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 132 ตอนที่ 6 ก. หน้า 1-10.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ว่าด้วย สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 8.

ศาลฎีกา. (2529). คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2370/2529. สืบค้น 4 เมษายน 2568, จาก https://deka.in.th/view-103955.html

_____. (2543). คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5587/2543. สืบค้น 4 เมษายน 2568, จาก https://deka.in.th/view-66217.html

_____. (2544). คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1316/2544. สืบค้น 4 เมษายน 2568, จาก https://deka.in.th/view-91311.html

สำนักงานกิจการยุติธรรม. (2563). พระภิกษุมีสิทธิได้รับมรดกหรือไม่. สืบค้น 2 มีนาคม 2568, จาก https://justicechannel.org/read/monks-inheritance

Gellner, D. N. & LeVine, S. (2007). Rebuilding Buddhism: The Theravada movement in twentieth-century Nepal. Cambridge, MA: Harvard University Press.

Hart, H. L. A. et al. (1961). The Concept of Law (3rd edn.). Oxford: Oxford University Press.

Locke, J. (1690). Two treatises of government. London: Awnsham Churchill.

Ralapanawa, M. (2017). Bauddha Vihāradevālagam Pannatā (Buddhist Temporalities Ordinance). Colombo: Sarasavi Publishers.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-10-25

รูปแบบการอ้างอิง

(ประยูร นนฺทิโย) พ., & กระต่ายวงษ์พระจันทร์ จ. (2025). สิทธิของพระภิกษุในทรัพย์สิน มรดก และภาษีอากร : การวิเคราะห์เชิงนิติศาสตร์เปรียบเทียบไทย เนปาล และศรีลังกา. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 8(5), 373–385. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jidir/article/view/280384