ตามรอยแนวคิดของความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ของราชอาณาจักรไทยในอดีตช่วงก่อนกรุงสุโขทัย
คำสำคัญ:
ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์, ราชอาณาจักรไทย, สมัยก่อนกรุงสุโขทัยบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มุ่งวิเคราะห์วิวัฒนาการของความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ในระบบกฎหมายไทย โดยเน้นการสืบค้นรากฐานทางความคิดและหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองทรัพย์สินของบุคคลในสมัยก่อนกรุงสุโขทัย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดินแดนอุษาคเนย์ได้รับอิทธิพลจากอารยธรรมอินเดีย ทั้งในด้านศาสนา การปกครอง และกฎหมาย ผ่านคัมภีร์ธรรมศาสตร์ และคัมภีร์ธรรมสัตถัม ซึ่งถือเป็นแหล่งรวบรวมหลักธรรม จารีต และแนวคิดว่าด้วยความยุติธรรมในสังคมเกษตรกรรม คัมภีร์ธรรมสัตถัมได้บัญญัติหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหายไว้อย่างเป็นระบบ โดยจำแนกสาเหตุแห่งความเสียหายออกเป็นสามประการ ได้แก่ การกระทำของบุคคล การกระทำของสัตว์ และความเสียหายจากทรัพย์ของผู้อื่น ทั้งนี้ การลงโทษมิได้มุ่งหมายถึงการทำโทษทางร่างกาย แต่เน้นการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมูลค่าความเสียหายจริง อันสะท้อนแนวคิดแห่งความยุติธรรมเชิงเยียวยาและหลักมนุษยธรรมในทางกฎหมาย นอกจากนี้ คัมภีร์ยังบัญญัติข้อยกเว้นความรับผิด เช่น ความเสียหายจากเหตุสุดวิสัย หรือการกระทำเพื่อความจำเป็น ซึ่งแสดงถึงการคำนึงถึงบริบททางสังคมและศีลธรรมในการตัดสิน ทรัพย์สินที่ได้รับความคุ้มครองส่วนใหญ่ได้แก่ พืชผล ปศุสัตว์ และที่ดิน ซึ่งเป็นทรัพย์สำคัญต่อการดำรงชีพของมนุษย์ พร้อมทั้งมีการรับรองกรรมสิทธิ์โดยใช้หลักฐานเอกสารและเครื่องหมายแสดงเขตแดน อันเป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดเรื่องกรรมสิทธิ์ในกฎหมายไทยยุคต่อมา เมื่อเปรียบเทียบกับคัมภีร์มานวธรรมศาสตร์ ที่มุ่งลงโทษทางศาสนา จะเห็นว่า ธรรมสัตถัมให้ความสำคัญกับการไกล่เกลี่ย เยียวยา และรักษาความสมานฉันท์ในสังคมมากกว่า โดยสรุป การศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าการกำหนดความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ในสมัยโบราณ มิได้มุ่งลงโทษผู้กระทำ หากแต่เน้นการเยียวยาความเสียหายและธำรงความสมดุลของสังคม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของพัฒนาการกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินและความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ในระบบกฎหมายไทยปัจจุบัน
เอกสารอ้างอิง
กิตติศักดิ์ ปรกติ. (2560). ความเป็นมาและหลักการใช้นิติวิธีในระบบซิวิลลอว์และคอมมอนลอว์ (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
คณพล จันทน์หอม. (2565). กฎหมายอาญา ภาคความผิด (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิญญูชน.
คณิต ณ นคร. (2551). กฎหมายอาญาภาคทั่วไป. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิญญูชน.
จิตติ ติงศภัทิย์. (2553). กฎหมายอาญา ภาค 2 ตอน 2 และภาค 3 (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: เนติบัณฑิตยสภา.
ชัชพล ไชยพร. (2561). ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย : ภาคก่อนปฏิรูป (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
ชัย เรืองศิลป์. (2527). ประวัติศาสตร์ไทย สมัย 2352-2453. [ล. 2] ด้านเศรษฐกิจ. กรุงเทพฯ: บริษัทสำนักพิมพ์ ไทยวัฒนาพานิช จำกัด.
ชาคริต อนันทราวัน. (2556). ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ์. (2552). มุมมองใหม่ในกฎหมายอาญา (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
ธานินทร์ กรัยวิเชียร. (2518). หลักการบริหารรัฐกิจ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
นิธิ เอียวศรีวงศ์. (2525). หลักฐานประวัติศาสตร์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: บรรณกิจ.
ประมูล สุวรรณศร. (2550). คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยทรัพย์. กรุงเทพฯ: นิติบรรณาการ.
ประเสริฐ ณ นคร. (2514). มังรายศาสตร์. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์เลี่ยงเซียงจงเจริญ.
โรเบิรต์ แลงกาต์. (2526). คำสอนชั้นปริญญาโท พุทธศักราช 2478 เล่ม 1 : ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (กฎหมายเอกชน) ข้อความเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง.
แสวง บุญเฉลิมวิภาส และอติรุจ ตันบุญเจริญ. (2567). ประวัติศาสตร์กฎหมายไทย (พิมพ์ครั้งที่ 21). กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


