การประยุกต์หลักอปริหานิยธรรม 7 เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ระบอบประชาธิปไตยไทย
คำสำคัญ:
การประยุกต์, หลักอปริยธรรม 7, สร้างความเข้มแข็ง, ระบอบประชาธิปไตยไทยบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การประยุกต์หลักอปริหานิยธรรม 7 ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ระบอบประชาธิปไตยไทย ภายใต้บริบทของความท้าทายร่วมสมัย ได้แก่ ปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างและวิกฤตศรัทธาที่มีต่อระบบการเมือง อันมีรากฐานจากการเข้าถึงทรัพยากรและอำนาจที่ไม่เท่าเทียม ตลอดจนการใช้วาทกรรมเชิงศีลธรรมแบบผูกขาดเพื่อสร้างความชอบธรรมทางการเมือง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนและบั่นทอนความไว้วางใจต่อสถาบันทางการเมือง การศึกษานี้ใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารและการสังเคราะห์แนวคิดเชิงทฤษฎีจากรัฐศาสตร์และพุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนาเป็นกรอบแนวคิดในการอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปัญหาเชิงโครงสร้าง กลไกทางหลักธรรม และผลลัพธ์ของระบอบประชาธิปไตย ผลการศึกษาพบว่า หลักอปริหานิยธรรม 7 สามารถทำหน้าที่เป็นกลไกทางจริยธรรมเชิงโครงสร้างในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย โดยเชื่อมโยงกับหลักการสำคัญ ได้แก่ การมีส่วนร่วมของประชาชนผ่านการหมั่นประชุม การสร้างฉันทามติในสังคม การยึดมั่นในหลักนิติธรรม การเคารพความหลากหลายและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดจนการคุ้มครองกลุ่มเปราะบางและการส่งเสริมภาวะผู้นำที่มีจริยธรรมและตรวจสอบได้ องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาถูกสังเคราะห์เป็นโมเดลความเข้มแข็งประชาธิปไตยเชิงพุทธบูรณาการ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ฐานรากที่เน้นการตระหนักรู้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและวิกฤตศรัทธา กลไกขับเคลื่อนที่ใช้หลักอปริหานิยธรรม 7 เป็นแนวทางในการดำเนินการทางการเมือง และผลลัพธ์ที่มุ่งสู่การสร้างประชาธิปไตยเชิงคุณภาพ อันประกอบด้วยจริยธรรมพลเมืองเชิงรุก การใช้อำนาจที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ และความเป็นธรรมในการอยู่ร่วมกันของประชาชนทุกกลุ่ม
เอกสารอ้างอิง
กฤตพงศ์ ปานผา. (2568). การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยผ่านนโยบายสาธารณะ. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 8(3), 385–397.
ฉันทณา โพธาราม และคณะ. (2568). พุทธวิธีการสื่อสารทางการเมือง. วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ, 8(1), 267-275.
ธิติวุฒิ หมั่นมี. (2566). ความเป็นประชาธิปไตยกับความเหลื่อมล้ำในสังคม. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 6(5), 254–270.
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. (2561). หลักนิติธรรมและประชาธิปไตย. สืบค้น 4 เมษายน 2569, จาก https://shorturl.asia/Ud9p2
ปลื้มจิต ลาภอุดมเลิศ และปาริชาติ ชุมพงศ์. (2568). ความเป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย: ศึกษากรณีการพัฒนาทิศทาง ประชาธิปไตยในอนาคตตามแนวพุทธ. วารสารบัณฑิตศึกษาวิชาการ, 3(1), 21-33.
ปาริชาติ ชุมพงศ์. (2568). ประชาธิปไตยท้องถิ่นของไทยในอุดมคติ. วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 7(5), 158-172.
โปรดปราน เสริญวงศ์สัตย์. (2566). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการตัดสินใจไปเลือกตั้ง ของประชาชน ในจังหวัดปทุมธานี (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระครูวินัยธรอธิษฐ์ สุวฑโฒ. (2564). รัฐศาสตร์แนวพุทธ: วิเคราะห์ภาวะผู้นำทางการเมืองที่พึงประสงค์. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 4(2), 70–77.
พระใบฎีกาพงษ์ศักดิ์ ขนฺติพโล. (2568). การสื่อสารทางการเมืองตามหลักพระพุทธศาสนา. วารสารบัณฑิตศึกษาวิชาการ, 3(1), 145-151.
พระมหาสมัคร อติภทฺโท และภัคชุดา พูนสุวรรณ. (2568). ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ กับการเมืองเชิงศีลธรรม. วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 7(4), 173-186.
Dahl, R. A. (1989). Democracy and its critics. New Haven, CT: Yale University Press.
Habermas, J. (1989). The Structural Transformation of The Public Sphere: An Inquiry into a Category of Bourgeois Society. Cambridge, MA: MIT Press.
Rawls, J. (1999). A Theory of Justice. Cambridge, MA: Harvard University Press.
Sen, A. (1999). Development as freedom. New York: Alfred A. Knopf.
World Bank. (2020). Thailand Economic Monitor, June 2020: Thailand in the Time of COVID-19. Retrieved February 9, 2026, from https://shorturl.asia/mX0kb
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


