การพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ โดยการประยุกต์หลักพุทธธรรม
คำสำคัญ:
สมรรถนะในการปฏิบัติงาน, การประยุกต์, หลักพุทธธรรม, บุคลากรกรมยุทธศึกษาทหารอากาศบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ 2. ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อสมรรถนะการปฏิบัติงาน และ 3. เสนอแนวทางพัฒนาสมรรถนะ โดยประยุกต์หลักพุทธธรรม การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ กำลังพลของกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ จำนวน 127 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นที่ระดับ 0.986 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้นตอน การวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ ผู้บริหารกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ ผู้ปฏิบัติงานของกรม ผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐประศาสนศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธศาสนา จำนวน 18 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์เชิงโครงสร้างตามวัตถุประสงค์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาในเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1. สมรรถนะในการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า อยู่ในระดับมาก 3 ด้าน โดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยดังนี้ พร้อมปฏิบัติภารกิจ ทำงานเป็นหนึ่งเดียว มุ่งผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมาย อยู่ในระดับปานกลาง 1 ด้าน ได้แก่ การสร้างความท้าทายด้วยนวัตกรรม 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อสมรรถนะการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ พบว่า การพัฒนาสมรรถนะบุคลากร ประกอบด้วย การศึกษา การพัฒนา และการฝึกอบรม ส่งผลต่อสมรรถนะในการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และหลักไตรสิกขา ประกอบด้วย ศีล พฤติกรรม ปัญญา องค์ความรู้ และสมาธิ จิตใจมุ่งมั่น ส่งผลต่อสมรรถนะในการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และ 0.05 และ 3. การพัฒนาสมรรถนะในการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ โดยการประยุกต์หลักพุทธธรรม พบว่า ควรมีการนำหลักไตรสิกขา เข้ามาประยุกต์เพื่อเป็นการส่งเสริมสมรรถนะในการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมยุทธศึกษาทหารอากาศ ได้แก่ ศีล พฤติกรรม สมาธิ จิตใจมุ่งมั่น ปัญญา และองค์ความรู้
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการพัฒนากำลังพล ทอ. (กพ.ทอ.). (2561). ยุทธศาสตร์การพัฒนากำลังพลกองทัพอากาศ พ.ศ. 2561–2580. กรุงเทพฯ: คณะกรรมการพัฒนากำลังพล ทอ (กพ.ทอ.).
ธนกฤต เกษมสันต์. (2568, 5 พฤศจิกายน). รองหัวหน้าแผนกวิจัยและพัฒนา กองวิจัยและ พัฒนา สำนักบริหารการศึกษา กรมยุทธศึกษา ทหารอากาศ [บทสัมภาษณ์].
พระมหาสุพัฒน์ นนฺทปญฺโญ (ศรียอด). (2563). การพัฒนาศักยภาพพระสอนศีลธรรมในคณะสงฆ์ภาค 1 (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระสมนึก ธีรปญฺโญ (กลับน้อม). (2564). โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุการพัฒนาสมรรถนะต้นแบบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ภวัต นิตย์โชติ. (2560). การพัฒนาสมรรถนะตามหลักพละ 4 ของบุคลากรปกครองส่วนท้องถิ่นใน จังหวัดสงขลา (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
อนุวัต กระสังข์. (2557). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรตามแนวพุทธภายใต้กระแสบริโภคนิยม (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
แอร์บูล สุทธิวรรณ. (2562). กองทัพอากาศกับความมั่นคงของชาติ และสิทธิเสรีภาพของกำลังพลตามระบอบประชาธิปไตย. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยศาลรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ.
Yamane, T. (1973). Statistic: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


