การประยุกต์หลักอิทธิบาทธรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรเทศบาลตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี
คำสำคัญ:
อิทธิบาท 4, ศักยภาพการปฏิบัติงาน, บุคลากรเทศบาล, การพัฒนาองค์กรส่วนท้องถิ่นบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาระดับการประยุกต์หลักอิทธิบาทธรรมในการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรเทศบาลตำบลบ่อ 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักอิทธิบาท 4 กับศักยภาพการปฏิบัติงานของบุคลากร และ 3. เสนอแนวทางการประยุกต์หลักอิทธิบาทธรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรเทศบาลตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เป็นการวิจัยแบบผสานวิธีประชากร ได้แก่ บุคลากรของเทศบาลตำบลบ่อ จำนวน 70 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.936 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ การวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 9 รูปหรือคน
ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับการประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาทธรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของบุคลากร พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง (μ = 3.38, σ = 0.30) พิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านฉันทะมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด อยู่ในระดับมาก รองลงมาคือด้านวิริยะ ส่วนด้านจิตตะและวิมังสาอยู่ในระดับปานกลาง ตามลำดับ 2. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักอิทธิบาท 4 กับศักยภาพการปฏิบัติงานของบุคลากร พบว่า โดยภาพรวมมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับมากอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (R = 0.824) พิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านวิริยะมีความสัมพันธ์กับศักยภาพการปฏิบัติงานสูงที่สุด รองลงมา คือ ด้านฉันทะ ส่วนด้านจิตตะและด้านวิมังสามีความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง แสดงให้เห็นว่า ความรักในงาน ความพากเพียร ความเอาใจใส่ และการใช้ปัญญาในการพิจารณาแก้ไข ปัญหาในการทำงาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของบุคลากร และ 3. การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาทธรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรเทศบาลตำบลบ่อ บูรณาการกับการพัฒนาองค์กรใน 5 ด้าน ได้แก่ การมุ่งผลสัมฤทธิ์ การบริการที่ดี การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ การยึดมั่นในความถูกต้อง และการทำงานเป็นทีม โดยส่งเสริมให้บุคลากรมีความรักในงาน มีความเพียรพยายาม มีความเอาใจใส่ต่อหน้าที่และมีการวิเคราะห์แก้ไขปัญหาอย่างรอบคอบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน และนำไปสู่การพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
จินตนา เวชกามา. (2547). การศึกษาประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตามโครงการส่งเสริมประสิทธิภาพกรมที่ดิน : กรณีศึกษาการให้บริการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของสำนักงานที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ (การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
เทศบาลตำบลบ่อ. (2567). ข้าราชการลูกจ้างสำนักงานเทศบาลเมืองตำบลบ่อ ประจำปี 2567. จันทบุรี: เทศบาลตำบลบ่อ.
พระเกรียงศักดิ์ กมฺมสุทฺโธ (ดีกิตติ). (2561). แนวทางการประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการจัดการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษาของโรงเรียนเทศบาลวัดศรีสุพรรณ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระปลัดสายชล จิตฺตกาโร (อาจปักษา). (2554). การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ตามหลักอิทธิบาท 4 (วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2553). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ (พิมพ์ครั้งที่ 23). กรุงเทพฯ: สหธรรมิก.
พระเอกพันธ์ ธีรภทฺโท (วิมานทอง). (2554). การปฏิบัติหน้าที่ตามหลักอิทธิบาท 4 ของบุคลากร สำนักงานเขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พูนสุข ภูสุข. (2559). ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานตามหลักอิทธิบาท 4 ของข้าราชการฝ่ายอัยการสำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. Journal of Graduate MCU KhonKaen Campus, 3(2), 41–52.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
อภิชัย พันธเสน. (2539). พัฒนาชนบทไทย: สมุทัยและมรรค แนวคิด ทฤษฎีและภาพรวมของการพัฒนา. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
Cronbach. L. J. (1971). Essentials of Psychological Testing. (4th ed.). New York: Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


