การพัฒนากฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินของพระภิกษุในประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • พระครูวิมลสุวรรณกร (สมพงษ์ แพฟื้น) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • ภูริวัจน์ ปุณยวุฒิปรีดา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พระครูสุตรัตนบัณฑิต (ประยูร คำมา) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

การพัฒนากฎหมาย, ทรัพย์สิน, พระภิกษุ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสภาพทั่วไป ปัญหาและอุปสรรคการพัฒนากฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินของพระภิกษุในประเทศไทย 2.เปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายประเทศไทยและกฎหมายต่างประเทศ และ 3.นำเสนอการพัฒนากฎหมายทรัพย์สินของพระภิกษุให้เหมาะสมกับบริบทของพระภิกษุในประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร และการวิจัยเชิงคุณภาพสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 17 รูปหรือคน สนทนากลุ่มเฉพาะโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 10 รูปหรือคน วิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา สรุปเป็นความเรียง

ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพทั่วไป ปัญหาและอุปสรรคของการพัฒนากฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินของพระภิกษุในประเทศไทย พบว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1622, 1623, 1624 เมื่อบวชเป็นพระภิกษุแล้วไม่ต้องไปเกี่ยวข้องรับทรัพย์มรดกที่ตนเป็นทายาทโดยธรรมให้ต้องมาดูแลจัดการให้เป็นภาระ ทำให้ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของพระภิกษุที่มรณภาพ และอุปสรรค พบว่า ทรัพย์สินที่ภิกษุได้มาในระหว่างบวชเป็นสมณเพศแยกไม่ออกว่าเป็นของส่วนตัวหรือของวัด 2. ผลเปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินของพระภิกษุในประเทศไทยระหว่างกฎหมายประเทศไทยและกฎหมายต่างประเทศ พบว่า 1.ประเทศเมียนมา (Burma/Myanmar)เมียนมามีกฎหมายที่เคร่งครัดและสอดคล้องกับพระธรรมวินัยสูงมาก 2. ประเทศศรีลังกา (Sri Lanka) ศรีลังกามีการจัดการที่เรียกว่า Buddhist Temporalities Ordinance ข้อเด่นที่ควรนำมาปรับใช้ และ 3. การพัฒนากฎหมายทรัพย์สินของพระภิกษุให้เหมาะสมกับบริบทของพระภิกษุในประเทศ พบว่า การประยุกต์หลักธรรมโภควิภาค 4 ด้าน พระภิกษุสามารถถือครองทรัพย์สินในชื่อบุคคลได้ไม่เกิน 25% ของรายได้ จัดสรรเงิน 50% เพื่อกิจการพระศาสนาและกำหนดให้ส่วนที่ 4 นี้มีการบริหารจัดการในลักษณะเงินฝากประจำ และมี 2 ประเด็นที่สรุปได้ คือ 1.ทรัพย์สินก่อนอุปสมบท มีการกำหนดให้มีการแสดงรายการทรัพย์สินที่มีมาก่อนอุปสมบทอย่างชัดเจน โดยมีพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1622 – 1624 มีการกำหนดแนวทางการจัดการทรัพย์สินของพระภิกษุไว้แล้ว 2. ทรัพย์สินที่ได้จากสมณเพศ เงินหรือทรัพย์ที่ได้จากการทำบุญในงานพิธีต่าง ๆ ตกเป็นของวัดหรือกองทุนส่วนกลางของคณะสงฆ์โดยทันที

เอกสารอ้างอิง

ฉัตตมาศ วิเศษสินธุ์ และสุชาดา ศรีใหม่. (2561). พระภิกษุยักยอกทรัพย์ : ศึกษาความรับผิดทางอาญาและอาบัติตามพระวินัย. วารสารนิติศาสตร์และสังคมท้องถิ่น, 1(1), 107–133.

นรา ถิ่นนัยธร. (2564). สิทธิทางทรัพย์สินของพระภิกษุในพระพุทธศาสนา (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

พระครูอาทรกิจจาภิรักษ์ (ฉัตรชมภู). (2557). การศึกษาวิเคราะห์โภควิภาค 4 ในคัมภีร์พระพุทธศาสนา. (วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระนิทัศน์ ธีรปญฺโญ (วงศ์วังเพิ่ม). (2560). กฎหมายที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของพระสงฆ์. วารสารมณีเชษฐาราม, 1(2), 41-47.

เพิ่มศักดิ์ เพิ่มพูน. (2534). กฎหมายที่พระสงฆ์ควรทราบ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ไพโรจน์ กัมพูสิริ. (2564). หลักกฎหมายมรดก (พิมพ์ครั้งที่ 8). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

วิชิตร เปาะสี. (2562). ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินและมรดกของพระภิกษุสงฆ์. สืบค้นเมื่อ 26 พฤษภาคม 2569 จาก http://www.lawgrad.ru.ac.th/Abstracts/569.

สมเกียรติ วรปัญญาอนันต์. (2564). ข้อความคิดว่าด้วยการครอบครองตามกฎหมายลักษณะทรัพย์สิน. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 5(1), 1-38.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-25

รูปแบบการอ้างอิง

(สมพงษ์ แพฟื้น) พ., ปุณยวุฒิปรีดา ภ., & (ประยูร คำมา) พ. (2026). การพัฒนากฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินของพระภิกษุในประเทศไทย. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 9(4), 97–105. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jidir/article/view/289799