การพัฒนานโยบายกีฬาตามหลักอิทธิบาท 4
คำสำคัญ:
นโยบายกีฬา, อิทธิบาท 4, นโยบายสาธารณะบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับนโยบายกีฬาและการพัฒนานโยบายกีฬา ศึกษาหลักพุทธธรรมที่เหมาะสมต่อการพัฒนานโยบายกีฬา และนำเสนอแนวทางการบูรณาการหลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนานโยบายกีฬาให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย โดยศึกษาข้อมูลจากเอกสาร หนังสือ ตำราวิชาการ งานวิจัย บทความวิชาการ และเอกสารของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการศึกษาพบว่า นโยบายกีฬาเป็นนโยบายสาธารณะที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต สุขภาวะ ทุนมนุษย์ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การพัฒนานโยบายกีฬาที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการกำหนดนโยบาย การนำนโยบายไปปฏิบัติ การกำกับติดตาม และการประเมินผล โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมบนพื้นฐานของหลักธรรมาภิบาล ขณะเดียวกัน หลักอิทธิบาท 4 ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา สามารถประยุกต์ใช้เป็นกลไกส่งเสริมแรงจูงใจ ความมุ่งมั่น ความรับผิดชอบ ความเอาใจใส่ และการปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เมื่อนำมาบูรณาการกับกระบวนการนโยบายกีฬา จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน พัฒนาศักยภาพของนักกีฬา บุคลากรและองค์กรกีฬา ตลอดจนเสริมสร้างความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการบริหารงานด้านกีฬา นอกจากนี้ ผู้เขียนได้สังเคราะห์องค์ความรู้ในรูปแบบการพัฒนานโยบายกีฬาเชิงพุทธ ซึ่งแสดงความสัมพันธ์ระหว่างหลักอิทธิบาท 4 กับกระบวนการพัฒนานโยบายกีฬา อันนำไปสู่นโยบายที่ตั้งอยู่บนหลักคุณธรรม มุ่งประโยชน์สาธารณะ ตอบสนองความต้องการของประชาชน และสนับสนุนการพัฒนาสังคมอย่างสมดุลและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2566). แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2566 – 2570). กรุงเทพฯ: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.
จิรัตติกาล สุขสิงห์. (2565). การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของบุคลากรในองค์กร. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 5(1), 211–219.
ชาลิสา คําสวัสดิ์ และธํารงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์. (2560). นโยบายด้านการกีฬาของรัฐบาลนายชวน หลีกภัย พ.ศ. 2540–2544. ใน การประชุมนําเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา ครั้งที่ 12 ปีการศึกษา 2560 (น. 1058–1063). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยรังสิต.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2557). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 27). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
วรเดช จันทรศร. (2559). ทฤษฎีการนำนโยบายสาธารณะไปปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
ศักดิ์ชัย ธิตะจารี และคณะ. (2566). การพัฒนาการกีฬาแห่งประเทศไทยตามยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อความเป็นเลิศกีฬาอาชีพของไทย และอุตสาหกรรมการกีฬาของประเทศ. วารสารรัฐศาสตร์รอบรู้และสหวิทยาการ, 6(1), 67–82.
สมบัติ ธำรงธัญวงศ์. (2554). นโยบายสาธารณะ : แนวความคิด การวิเคราะห์และกระบวนการ (พิมพ์ครั้งที่ 22). กรุงเทพฯ: คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2553). ชุดเครื่องมือการเรียนรู้ด้วยตนเอง: การบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management). สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 2569 จาก https://shorturl.asia/hp3njz.
Dunn, W. N. (2018). Public Policy Analysis: An Integrated Approach (6th ed.). New York: Routledge.
Howlett, M. et al. (2020). Studying public policy: Principles and processes (4th ed.). Don Mills, Ontario: Oxford University Press.
Sabatier, P. A. & Weible, C. M. (Eds.). (2014). Theories of the policy process (3rd ed.). Boulder, CO: Westview Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


