ปัญญาประดิษฐ์กับการสร้างเนื้อหาทางวิชาการ: จริยธรรม ความโปร่งใส และมาตรฐานสากลในมุมมองพระพุทธศาสนา
คำสำคัญ:
ปัญญาประดิษฐ์, พุทธจริยศาสตร์, จริยธรรมทางวิชาการบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ในการสร้างเนื้อหาทางวิชาการผ่านมุมมองพุทธจริยศาสตร์ และเสนอแนวทางการใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานทางวิชาการ จากการวิเคราะห์และสังเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้องพบว่า ปัญญาประดิษฐ์มีบทบาทสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1 บทบาทด้านการสืบค้น วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูล ซึ่งช่วยลดระยะเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงองค์ความรู้ 2. บทบาทด้านการสนับสนุนการสร้างและจัดระบบเนื้อหาทางวิชาการ โดยช่วยเรียบเรียง จัดหมวดหมู่ และประมวลข้อมูลให้สะดวกต่อการศึกษา และ 3. บทบาทด้านการสนับสนุนการเผยแผ่องค์ความรู้และพระพุทธศาสนา ทำให้ผู้เรียนและนักวิชาการสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้รวดเร็วและกว้างขวางขึ้น อย่างไรก็ตาม บทบาทดังกล่าวมีข้อจำกัดด้านความถูกต้องของข้อมูล ความโปร่งใส การละเมิดลิขสิทธิ์ การบิดเบือนเนื้อหา และการพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปจนลดทอนกระบวนการคิดวิเคราะห์ของมนุษย์ การใช้ปัญญาประดิษฐ์จึงควรอยู่ภายใต้หลักพุทธจริยศาสตร์ โดยอาศัยปัจจัยที่ทำให้เกิดสัมมาทิฏฐิ 2 ประการ ได้แก่ ปรโตโฆสะ เพื่อรับข้อมูลจากปัญญาประดิษฐ์อย่างรู้เท่าทันและตรวจสอบแหล่งที่มา และโยนิโสมนสิการ เพื่อคิดวิเคราะห์ ไตร่ตรอง และแยกแยะข้อมูลอย่างมีเหตุผล ควบคู่กับหลักไตรสิกขา ได้แก่ ศีล เพื่อกำกับพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีอย่างซื่อสัตย์ สมาธิ เพื่อสร้างสติและไม่พึ่งพาปัญญาประดิษฐ์จนสูญเสียวิจารณญาณ และปัญญา เพื่อประเมินความถูกต้องและความเหมาะสมของข้อมูล ผลการสังเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า ปัญญาประดิษฐ์ควรทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้และการสร้างองค์ความรู้ มิใช่เป็นผู้ตัดสินหรือทดแทนกระบวนการคิดของมนุษย์ โดยนักวิชาการและผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนาต้องทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลขั้นสุดท้าย เพื่อธำรงความถูกต้อง ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของงานวิชาการในยุคดิจิทัล
เอกสารอ้างอิง
ถนัด ไชยพันธ์. (2569). อิทัปปัจจยตา: กฎธรรมชาติที่ AI ก็เปลี่ยนไม่ได้. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 9(2), 382-397.
พระครูปลัดธันรบ โชติวํโส และวิโรจน์ อินทนน์. (2564). เกณฑ์ตัดสินทางพุทธจริยศาสตร์เกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 12(2), 29–38.
เพ็ญศรี ปักกะสีนัง และคณะ. (2567). การพัฒนาจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาในยุคดิจิทัล. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 7(3), 1120–1136.
มนตรี สหชัยรุ่งเรือง และสุรพล สุยะพรหม. (2564). การสร้างทุนมนุษย์ทางปัญญากับการพัฒนา AI ในยุคไทยแลนด์ 5.0. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 8(7), 251-267.
มนัสวี ศรีนนท์. (2567). ประโยชน์ของการใช้งาน AI และแนวคิดเรื่องไตรสิกขาในพุทธศาสนา. วารสารประชาคมพุทธศาสนา ศูนย์วิจัยธรรมศึกษา สำนักเรียนวัดอาวุธวิกสิตาราม, 1(1), 32-39.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
โสภณ เทียนศรี และพระเมธีวรญาณ. (2568). ข้อดีและความเสี่ยงในการใช้ ChatGPT เพื่อการเข้าถึงพระไตรปิฎก. วารสารปณิธาน, 21(1), 112–130.
อรพิน ตันติวิรุฬห์. (2566). องค์กรยุคใหม่ในบริบท AI: บูรณาการหลักธรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบุคลากร. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 6(2), A190-A206.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


