โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุการพัฒนาสมรรถนะต้นแบบผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
คำสำคัญ:
โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ, สมรรถนะต้นแบบผู้บริหาร, การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, ไตรสิกขาบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอโมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุการพัฒนาสมรรถนะต้นแบบผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณควบคู่กับการวิจัยเชิงคุณภาพ ในลักษณะคู่ขนานและเท่าเทียมกัน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ บุคลากรของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ส่วนกลาง จำนวน 719 รูปหรือคน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 310 รูปหรือคน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามจำนวนพารามิเตอร์ของโมเดล และใช้การสุ่มแบบหลายขั้นตอน พร้อมทั้งมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมการสนทนากลุ่มเฉพาะ จำนวน 9 รูปหรือคน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์องค์ประกอบ และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า โมเดลตามสมมติฐานประกอบด้วยตัวแปรแฝง 3 ตัวแปร ได้แก่ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ไตรสิกขา และสมรรถนะต้นแบบผู้บริหาร ค่าประมาณภายในโมเดลแสดงว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีอิทธิพลทางตรงต่อไตรสิกขาเท่ากับ .433 ไตรสิกขามีอิทธิพลทางตรงต่อสมรรถนะต้นแบบผู้บริหารเท่ากับ .358 และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีอิทธิพลรวมต่อสมรรถนะต้นแบบผู้บริหารเท่ากับ .237 โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แต่ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสังเกตด้านความสามารถในการเป็นผู้นำกับด้านความสามารถในการพัฒนาคนสูงถึง .971 ผลการตรวจสอบพบค่า VIF เท่ากับ 19.063 และ 21.239 และค่า Tolerance เท่ากับ .052 และ .047 ตามลำดับ แสดงถึงความซ้ำซ้อนของตัวชี้วัด สมการโครงสร้างอธิบายความแปรปรวนของสมรรถนะต้นแบบผู้บริหารได้ร้อยละ 16.10 ขณะที่ดัชนีความสอดคล้องของโมเดลไม่ผ่านเกณฑ์ ได้แก่ χ² = 879.971, df = 32, p < .001, χ²/df = 27.499, GFI = .736, AGFI = .629, RMR = .147 และ RMSEA = .293 จึงยังไม่อาจสรุปว่าโมเดลตามสมมติฐานได้รับการยืนยันจากข้อมูลเชิงประจักษ์ ค่าสัมประสิทธิ์เส้นทางใช้บอกแนวโน้มเบื้องต้นในกลุ่มตัวอย่างเท่านั้น และควรปรับปรุงตัวชี้วัดก่อนทดสอบโมเดลกับกลุ่มตัวอย่างใหม่
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา.
กองแผนงาน สำนักงานอธิการบดี. (ม.ป.ป.). แผนพัฒนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในช่วงแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ระยะที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
บุญชิรา ภู่ชนะจิต. (2564). โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ปุณณภา ปริเมธาชัย และคณะ. (2566). การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม. วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ, 6(1), 56–71.
พระสมนึก ธีรปญฺโญ (กลับน้อม). (2564). โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุการพัฒนาสมรรถนะต้นแบบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรี (ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2567). รายงานประจำปี ประจำปี 2566. สืบค้นเมื่อ 22 ธันวาคม 2567 จาก https://plandiv.mcu.ac.th/?page_id=105.
สุภมาส อังศุโชติ และคณะ. (2554). สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์และพฤติกรรมศาสตร์: เทคนิคการใช้โปรแกรม LISREL. กรุงเทพฯ: เจริญมั่นคงดีการพิมพ์.
องค์การบริหารส่วนตำบลด่านชุมพล. (2564). คู่มือการกำหนดสมรรถนะข้าราชการส่วนท้องถิ่น “คู่มือสมรรถนะประจำผู้บริหาร”. สืบค้นเมื่อ 22 ธันวาคม 2567 จาก https://shorturl.asia/tKoba.
Diamantopoulos, A. & Siguaw, A. D. (2000). Introducing LISREL: A guide for the uninitiated. London: Sage Publications.
Likert, R. A. (1961). New patterns of management. New York: McGraw-Hill Book Company.
Lindeman, R. H. et al. (1980). Introduction to bivariate and multivariate analysis. Glenview, IL: Scott, Foresman.
Nadler, L. (1980). Corporate human resource development: Management tool. Illinois: McGraw-Hill Book.
Weiss, R. (1972). The provision of social relationship. In Z. Rubin (Ed.), Doing unto others. (pp. 17–26). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


