การใช้โซเชียลมีเดียของนักการเมืองไทยในการสร้างฐานเสียงยุคดิจิทัล
คำสำคัญ:
การใช้โซเชียลมีเดีย, นักการเมืองไทย, การสร้างฐานเสียงยุคดิจิทัลบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบ กลยุทธ์ ผลกระทบ และแนวโน้มของการใช้โซเชียลมีเดียของนักการเมืองไทยในการสร้างฐานเสียงในยุคดิจิทัล วิธีการศึกษาใช้วิธีวิจัยเอกสารร่วมกับการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา โดยรวบรวมข้อมูลจากทฤษฎี งานวิจัย และบิ๊กดาต้า พร้อมบูรณาการกรณีศึกษา 3 กรณี ได้แก่ การใช้แอปพลิเคชัน Clubhouse ของอดีตผู้นำ ยุทธศาสตร์ TikTok ของพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2566 และการหาเสียงท้องถิ่นผ่าน TikTok ในปี พ.ศ. 2567 ผลการศึกษาพบว่า โซเชียลมีเดียได้เปลี่ยนโครงสร้างการสื่อสารทางการเมืองจากรูปแบบแนวดิ่งที่ต้องพึ่งพาสื่อกระแสหลัก มาเป็นรูปแบบแนวราบที่นักการเมืองสามารถสื่อสารกับประชาชนได้โดยตรง ส่งผลให้พรรคการเมืองและนักการเมืองสามารถสร้างการรับรู้ สร้างภาพลักษณ์ และสร้างการมีส่วนร่วมทางการเมืองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แพลตฟอร์มสำคัญที่มีบทบาทต่อการเมืองไทย ได้แก่ Facebook, TikTok และ X (Twitter) โดยแต่ละแพลตฟอร์มมีลักษณะเฉพาะในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน พรรคการเมืองที่ประสบความสำเร็จ มักใช้กลยุทธ์การสร้างเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์ การสร้างตัวตนทางการเมืองออนไลน์ การใช้วัฒนธรรมป๊อป และการสื่อสารแบบสองทางเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับประชาชน กรณีศึกษาการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2566 ยังสะท้อนให้เห็นว่า ความนิยมในโลกออนไลน์สามารถแปลงเป็นคะแนนเสียงจริงได้ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับสื่อดิจิทัล แต่ถึงอย่างนั้นการใช้โซเชียลมีเดียทางการเมืองยังส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและประชาธิปไตยไทย ทั้งในด้านการแพร่กระจายข่าวปลอม การแบ่งขั้วทางการเมือง และปรากฏการณ์ห้องก้องเสียงที่ทำให้ประชาชนเปิดรับเฉพาะข้อมูลที่สอดคล้องกับความเชื่อของตน นอกจากนี้ การเข้ามาของเทคโนโลยี AI และ Deepfake ยังสร้างความท้าทายใหม่ต่อการกำกับดูแลและความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเมือง การศึกษาสรุปว่า การพัฒนาความรู้เท่าทันสื่อและ AI Literacy ของประชาชน รวมทั้งการสร้างกลไกกำกับดูแลร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาการเมืองดิจิทัลและประชาธิปไตยไทยในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
กิ่งแก้ว นุชอนงค์. (2568). กลยุทธ์การสื่อสารทางการเมืองในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 ของพรรคก้าวไกล. วารสารรัฐศาสตร์รอบรู้และสหวิทยาการ, 8(4), 179–192.
กิตตินันท์ วงษ์สุวรรณ และคณะ. (2566). อิทธิพลการสื่อสารทางการเมืองยุคดิจิทัลกับการเคลื่อนไหวทางสังคม. ปัญญา, 30(3), 158–171.
ข่าวสด ออนไลน์. (2564). ทักษิณ ตอบอะไรใน Clubhouse เล่าที่มาชื่อ โทนี่ ทำชาวเน็ตถกปมตากใบ. สืบค้นเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.khaosod.co.th/politics/news_6009946.
คันธิรา ฉายาวงศ์. (2564). แนวโน้มการเมืองไทยกับสื่อสังคมออนไลน์ในศตวรรษที่ 21. วารสารเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน มทร.พระนคร, 6(1), 97–107.
เจเรมี โบเวน. (2564). อาหรับสปริง : 10 ปีหลังการลุกฮือทั่วตะวันออกกลาง ประชาชนสุขขึ้นหรือทุกข์ลง. สืบค้นเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.bbc.com/thai/international-56043450.
ชัยพงษ์ สำเนียง. (2564). การเมืองดิจิทัลองดิจิทัล : การเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองของคนกลุ่มใหม่ในโลกเสมือน. วารสารพัฒนศาสตร์, 4(2), 1–35.
ไทยโพสต์. (2564). ‘ทักษิณ’ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์หลังโผล่แจมห้องไทยรักไทยฯบนแอป ‘Clubhouse’ ในชื่อ ‘โทนี’ สืบค้นเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.thaipost.net/main/detail/93929.
นนทรัตน์ สุวรรณพงศ์. (2563). กลยุทธ์การสื่อสารทางสื่อสังคมออนไลน์ของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2562 (การค้นคว้าอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองการปกครอง). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
นิพพิชฌน์ เครื่องสนุก และคณะ. (2567). สื่อกับการเมืองไทย. วารสารสถาบันวิจัยพิมลธรรม, 11(3), 287–298.
บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ. (2564). การศึกษาการสื่อสารของพรรคการเมืองผ่านแนวคิดเรื่องการตลาดการเมือง (Political Marketing) เพื่อสร้างความนิยมทางการเมืองไทย : กรณีศึกษาการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2562 (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
ปลื้มจิต ลาภอุดมเลิศ และคณะ. (2568). การสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่นในยุค AI. วารสารบัณฑิตศึกษาวิชาการ, 3(1), 1–15.
พระครูใบฎีกาวิชาญ วิสุทโธ. (2565). การสื่อสารทางการเมืองในยุคดิจิทัล. วารสารการบริหารการปกครองและนวัตกรรมท้องถิ่น, 6(1), 109–120.
พระมหาธีรวีย์ ธีรวฒฺนเมธี (พันธ์ศรี) และละอองดาว ชาทองยศ. (2567). การศึกษาอิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ต่อการตัดสินใจเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลศรีสงคราม. วารสารวิชาการจินตาสิทธิ์, 2(4), 322–339.
พระมหาไพฑูรย์ สิริธมฺโม (ชัยกุง). (2568). พลังของเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองในสังคมไทยร่วมสมัย. วารสารกว๊านพะเยา, 2(4), 29–47.
พิราภรณ์ วิทูรัตน์. (2566). ‘TikTok’ ตัวแปรส่ง ‘ก้าวไกล’ ชนะเลือกตั้ง เปลี่ยนความนิยมเป็น ‘คะแนนเสียง’. สืบค้นเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.bangkokbiznews.com/politics/1069166.
ภาวิดา รังษี. (2568). การหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นผ่านแอปพลิเคชัน TikTok ของนางสาววาริน ชิณวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 14(5), 220–234.
ศุภกร เชิดชูธีรกุล และสมบูรณ์ สุขสำราญ. (2568). กลยุทธ์การสื่อสารทางการเมืองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของพรรคก้าวไกล. วารสาร มจร การพัฒนาสังคม, 10(1), 102–112.
ศุภกาญจน์ ชยาพัฒน์ และพูไทย วันหากิจ. (2568). รู้เท่าทัน “AI Deepfake” ด้วยหลักโยนิโสมนสิการ. วารสาร มจร พุทธปัญญาปริทรรศน์, 10(1), 785–798.
สาวตรี สุขศรี. (2567). ปัญหาวาทกรรม “ข่าวปลอม” กับการแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารเท็จในสื่อออนไลน์: มาตรการทางกฎหมายเพื่อควบคุมจัดการ. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 53(3), 827–878.
สินีนาถ ผดุงกาญจน์. (2569). เปิดผลสำรวจ ‘พรรคการเมือง’ ใช้โซเชียลหาเสียง ‘X’ ครองสัดส่วนสูงสุด 37%. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2569 จาก https://shorturl.asia/hzVcZ.
สุเมธ ตั้งประเสริฐ. (2565). กลยุทธ์และวิธีการสื่อสารของพรรคการเมืองไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2562. วารสารรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 5(1), 25–38.
เหมือนฝัน คงสมแสวง. (2562). การสื่อสารทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์. วารสารนวัตกรรมสังคมและเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, 2(2), 47–58.
McCombs, M. E. & Shaw, D. L. (1972). The agenda-setting function of mass media. Public Opinion Quarterly, 36(2), 176–187.
Techasriamornrat, S. (2023). Summary of social media trends for the 2023 election: TikTok is the most talked about topic, with the Move Forward Party (both its members and its candidates) showing strong popularity. Retrieved May 19, 2026, from https://www.workpointtoday.com/social-media-data-analys-by-dataxet.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องลงลายมือชื่อในแบบฟอร์มใบมอบลิขสิทธิ์บทความให้แก่วารสารฯ พร้อมกับบทความต้นฉบับที่ได้แก้ไขครั้งสุดท้าย นอกจากนี้ ผู้นิพนธ์ทุกท่านต้องยืนยันว่าบทความต้นฉบับที่ส่งมาตีพิมพ์นั้น ได้ส่งมาตีพิมพ์เฉพาะในวารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากมีการใช้ภาพหรือตารางหรือเนื้อหาอื่นๆ ของผู้นิพนธ์อื่นที่ปรากฏในสิ่งตีพิมพ์อื่นมาแล้ว ผู้นิพนธ์ต้องขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน พร้อมทั้งแสดงหนังสือที่ได้รับการยินยอมต่อบรรณาธิการ ก่อนที่บทความจะได้รับการตีพิมพ์ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดเบื้องต้น ทางวารสารจะถอดบทความของท่านออกโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น


