การส่งเสริมพฤติกรรมการควบคุมตนเองของนักเรียนชั้นประถมศึกษาด้วยกิจกรรมลูกเสือสำรอง
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดที่เกี่ยวกับกิจการลูกเสือ และพฤติกรรมการควบคุมตนเอง เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ โดยเฉพาะลูกเสือสำรอง และแนวคิดที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการควบคุมตนเองของเด็กนักเรียน เพื่อให้สามารถนำแนวคิดกิจกรรมลูกเสือสำรองไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะด้านพฤติกรรมการควบคุมตนเองได้ตรงตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการศึกษาค้นคว้าหนังสือ เอกสาร และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และสรุปเป็นองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้า
สรุปผลการศึกษา พบว่า พฤติกรรมการควบคุมตนเองคือความสามารถในการเปลี่ยนหรือยับยั้งความคิด อารมณ์ พฤติกรรมและความปรารถนาตามธรรมชาติของมนุษย์จากพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ไปสู่พฤติกรรมที่พึงประสงค์ ซึ่งกระบวนการฝึกฝนด้วยวิธีการลูกเสือจะสามารถช่วยให้นักเรียนมีความสามารถในการพัฒนาพฤติกรรมการควบคุมตนเองได้ เนื่องจากกิจกรรมลูกเสือส่งเสริมให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง นักเรียนที่สมัครเข้ารับการฝึกอบรมลูกเสือจะเป็นบุคคลที่รู้จักปรับตนเองให้เป็นผู้มีระเบียบวินัย ฉลาด ว่องไว เป็นนักสอดแนม เชื่อฟังหัวหน้า และมีสามารถในการทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ โดยเฉพาะลูกเสือสำรองมีกฎข้อหนึ่งระบุว่า ลูกเสือสํารองจะไม่ทำตามใจตนเอง จึงสอดคล้องกับพฤติกรรมการควบคุมตนเอง กิจกรรมลูกเสือทำให้นักเรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง มีระเบียบวินัย รู้จักการแก้ปัญหา ไม่ทำตามใจตนเองและส่งเสริมการเรียนรู้ให้สามารถพึ่งตนเองได้ นักเรียนรู้จักการหักห้ามใจจนสามารถกำกับและควบคุมตนเองได้ตามความต้องการ ดังนั้นโรงเรียนจึงสามารถนำแนวคิดกิจกรรมลูกเสือสำรองไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนานักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาให้มีคุณลักษณะด้านพฤติกรรมการควบคุมตนเองได้ตรงตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
นภัสชญา ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา. (2562). การพัฒนารูปแบบการบริหารกิจกรรมลูกเสือของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอิสเทิร์น, 16(2), 290-298. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/umt-poly/article/view/231723
ราชกิจจานุเบกษา. (2551). พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ. 2551. เล่ม 125 ตอนที่ 42 ก, 4 มีนาคม 2551.
ศุภวัฒน์ เทียมศรีรัชนีกร. (2564). การพัฒนารูปแบบการบริหารกิจกรรมลูกเสือในสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมเพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน โรงเรียนเทศบาลวัดโพธิ์ จังหวัดชลบุรี. วารสารนวัตกรรมสังคมและเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน, 4(2), 22-33. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JRBGS/article/view/251903
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2562). คู่มือส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมลูกเสือทักษะชีวิตในสถานศึกษาประเภทลูกเสือสำรอง หลักสูตรเตรียมลูกเสือสำรอง และดาวดวงที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ. การลูกเสือโลก และ การลูกเสือไทย. สืบค้นเมื่อ 1 เมษายน 2566, จาก https://www.scoutthailand.org/pages/thaiscout-world.php
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการคิด ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สุภาพร จตุรภัทร และ เฟื่องอรุณ ปรีดีดิลก. (2557). แนวทางการพัฒนาการลูกเสือไทยเพื่อส่งเสริมความเป็นพลเมืองดี. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 42(2), 57-70. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDUCU/article/view/26142
สุภาวดี หาญเมธี, ธิดา พิทักษ์สินสุข และ ภาวนา อร่ามฤทธิ์. (2561). คู่มือพัฒนาทักษะสมอง EF Executive Functions สำหรับครูปฐมวัย. กรุงเทพฯ: มติชน.
อำไพ สุจริตกุล. (2548). การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาสุนทรียภาพและลักษณะนิสัย : การฝึกฝนกาย วาจา ใจ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อิทธินันท์ ยายอด. (2560). รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนที่มีประสิทธิผลโดยใช้กิจกรรมลูกเสือ. วารสารศรีปทุมปริทัศน์ ฉบับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 17(2), 80-90. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/spurhs/article/view/112162
Cormier, S., & Cormier, B. (1998). Interviewing strategies for helpers: Fundamental skills and cognitive behavioral interventions. (4th ed.). Boston: Thomson Brooks.
Kazdin, A. E. (1989). Behavioral modification in applied settings. (4th ed). Boston: Thomson Brooks.
Lagrange, T. C., & Silverman, R. A. (1999). Low self-control and opportunity: Testing the general theory of crime as an explanation for gender differences in delinquency. Criminology, 37(1), 41-72. https://doi.org/10.1111/j.1745-9125.1999.tb00479.x
Thoresen, C. E., & Mahoney, M. J. (1974). Behavioral self-control. New York: Holt, Rinehart & Winston.