แนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมัธยมศึกษา: วิจัยแบบพหุกรณีศึกษา

Main Article Content

ศรัณย์ เปรมสุข
อนุชา กอนพ่วง
รัตนะ บัวสนธ์
ปกรณ์ ประจันบาน

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาก่อนที่ค้นพบแนวปฏิบัติที่ดีที่เป็นพหุกรณีศึกษา 2) เปรียบเทียบแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษาที่เป็นพหุกรณีศึกษา และ 3) นำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมัธยมศึกษา งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพแบบพหุกรณีศึกษา ผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 15 คน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูแนะแนว
ครูนักจิตวิทยา และครูที่ดูแลระบบ ในโรงเรียนที่ได้รับรางวัลระดับประเทศ ระหว่าง พ.ศ. 2563 – 2565 จำนวน 5 โรงเรียน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้าง และการศึกษาเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาจากบันทึกภาคสนาม และวิเคราะห์สรุปอุปนัย


ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัญหาจากปัจจัยภายในเป็นพฤติกรรมเชิงลบของนักเรียน รองลงมาเป็นปัญหาจากปัจจัยภายนอกที่เกิดจากสภาพแวดล้อมรอบตัวนักเรียน 2. แนวทางการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่เป็นแนวปฏิบัติที่ดี โดยการนำกระบวนการ 5 ขั้นตอนของงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาใช้ในการขับเคลื่อน 3. แนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ใช้วงจรบริหารงานคุณภาพ (PDCA) มีปัจจัยความสำเร็จ ได้แก่ 1) ความร่วมมือจากทุกฝ่าย 2) ผู้บริหารให้ความสำคัญ 3) การสร้างขวัญกำลังใจ 4) ไม่ละเลยต่อการแก้ไขปัญหา 5) มีระบบโครงสร้างที่ชัดเจน และ 6) การคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม จนได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุม 4 มิติ ทั้งความรู้ ทักษะ คุณลักษณะนิสัย และเศรษฐกิจ จากการวิจัยนี้ได้ข้อค้นพบที่นำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ให้นักเรียนมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี และเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติต่อไป


 

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เปรมสุข ศ., กอนพ่วง อ., บัวสนธ์ ร., & ประจันบาน ป. (2023). แนวปฏิบัติที่ดีด้านการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมัธยมศึกษา: วิจัยแบบพหุกรณีศึกษา. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(4), 1855–1872. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/265366
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

กรมสุขภาพจิต. (2554). คู่มือครูที่ปรึกษาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน. กรุงเทพฯ: ยูเรนัสอิมเมจกรุ๊ป.

ชาย โพธิสิตา. (2562). ศาสตร์และศิลป์การวิจัยเชิงคุณภาพ: คู่มือนักศึกษาและนักวิจัยสังคมศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิซซิ่ง.

พรชัย เจดามาน, ขจรศักดิ์ บัวระพันธ์, โชคชัย ยืนยง, ไพรฑูรย์ พิมดี, อัคพงศ์ สุขมาตย์ และ เจริญ สุขทรัพย์. (2566). ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการศึกษาในพลวัตศตวรรษที่ 21 สู่การเป็นประชาคมอาเซียนอย่างยั่งยืนของกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(1), 168-186. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/261779

นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร. (2565). Learning Loss ภาวการณ์เรียนรู้ถดถอย. สืบค้นเมื่อ 2 พฤษภาคม 2565, จาก https://research.eef.or.th/learning-loss-recession/

นิลภา จิระรัตนะวรรณะ และ สุคนธ์ วรรถนะอมร. (2559). การเปรียบเทียบความสามารถ : กระบวน การพัฒนาคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 30(2), 112-123. สืบค้นจาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/phn/article/view/68063

ภริมา วินิธาสถิตย์กุล, ชนินันท์ แย้มขวัญยืน. (2565). การเรียนรู้เชิงรุก: แนวทางการเรียนการสอนที่เป็นเลิศในศตวรรษที่ 21. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 6(3), 921-933. สืบค้นจาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jeir/article/view/262165

มนตรี สุขชุม, วีระวัฒน์ พัฒนกุลชัย และ ภูมิภควัธจ์ ภูมพงศ์คชศร. (2566). การพัฒนารูปแบบการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี ประเภทช่างอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(1), 233-240. สืบค้นจากhttps://so02.tci-thaijo.org/index.php/jemri/article/view/259045

ยุพาวดี เกริกกุลธร. (2561). การพัฒนาสมรรถนะครูที่ปรึกษาตามแนวคิดการมีสติและการเรียนรู้จากการปฏิบัติงาน. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 6(4), 1541-1555. สืบค้นจากhttps://so03.tci-thaijo.org/index.php/journal-peace/article/view/144030

รัตนะ บัวสนธ์. (2558). วิจัยเชิงคุณภาพทางการศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สกุลรัตน์ โกพัฒน์ตา, วิภาภรณ์ ภู่วัฒนกุล, อัจฉรา วัฒนาณรงค์ และ โกศล มีคุณ. (2564). คุณภาพนักเรียนกับระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(8), 371-387. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/249019

สมพงษ์ จิตระดับ. (2560). เด็กไทยวันนี้. มติชนออนไลน์. สืบค้นเมื่อ 15 พฤษภาคม 2565, จาก www.matichon.co.th/news/418603

สหประชาชาติ. (2566). เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย : การศึกษาที่มีคุณภาพ. สืบค้นเมื่อ 20 เมษายน 2566, จาก https://thailand.un.org/th/sdgs/4

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2559). การพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2552). ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน หลักการ แนวคิด และทิศทางในการดำเนินงาน. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว.

Bogdan, R. C., & Biklen, S. K. (1992). Qualitative Research for Education: An Introduction to Theory and Methods. Boston: Allyn and Bacon.

Moser, A., & Korstjens, I. (2018). Practical Guidance to Qualitative Research: Sampling, Data Collection and Analysis. European Journal of General Practice, 24(1), 9-18. https://doi.org/10.1080/13814788.2017.1375091

Wang, C., & Li, H. (2022). Do Not Worry About Less but Worry About Inequality: The Importance of Interactive Fairness in The Performance Appraisal of University Faculty. International Journal of Multidisciplinary in Management and Tourism, 6(2), 169–186. https://doi.org/ 10.14456/ijmmt.2022.14