องค์ประกอบสมรรถนะการประเมินรายงานของผู้ประเมินมาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Main Article Content

สินีนาถ เศวตสุพร
ทวิกา ตั้งประภา
วิไลลักษณ์ ลังกา

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบสมรรถนะการประเมินรายงานของผู้ประเมินมาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดตาม และประเมินผลตามมาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 9 คน ใช้วิธีคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา แล้วจึงนำมาสรุปเป็นประเด็นข้อค้นพบ โดยกำหนดแยกเป็นองค์ประกอบทางด้านความรู้ ด้านทักษะ และด้านคุณลักษณะ


ผลการวิจัยพบว่า องค์ประกอบของสมรรถนะการประเมินรายงานฯ ประกอบด้วย 3องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ด้านความรู้ มี 6 ข้อย่อย ดังนี้ 1.1) บทบาทหน้าที่ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1.2) มาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 1.3) เทคนิคการติดตาม 1.4) การติดตามอย่างมีคุณภาพ 1.5) กระบวนการติดตาม และ 1.6) วิธีการใช้เทคโนโลยี 2) ด้านทักษะ มี 9 ข้อย่อย ดังนี้ 2.1) การสรุปประเด็น 2.2) การวิเคราะห์เอกสาร 2.3) การเขียนรายงานและการนำเสนอ 2.4) การใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน 2.5) การสังเกต 2.6) การสังเคราะห์เอกสาร 2.7) การสัมภาษณ์ 2.8) การสื่อสาร และ 2.9) การทำงานเป็นทีม และ 3) ด้านคุณลักษณะ มี 9 ข้อย่อย ดังนี้ 3.1) ความรับผิดชอบผลการประเมิน 3.2) ความยุติธรรม 3.3) ความใฝ่รู้ 3.4) ความมุ่งมั่นตั้งใจ 3.5) ความซื่อสัตย์ 3.6) บุคลิกภาพที่ดี 3.7) การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3.8) การรักษาความลับ และ 3.9) การตรงต่อเวลา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เศวตสุพร ส., ตั้งประภา ท., & ลังกา ว. (2024). องค์ประกอบสมรรถนะการประเมินรายงานของผู้ประเมินมาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(1), 528–540. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/268814
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

แก้วตา ผู้พัฒนพงศ์ และ นิคม เจียรจินดา. (2561). สมรรถนะของผู้ปฏิบัติงานกับคุณภาพการให้บริการขององค์การ. วารสารเกษมบัณฑิต, 19(พิเศษ), 1-10.

คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา. (2560). รายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา เรื่อง แผนปฏิรูประบบการประกันคุณภาพการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.

ใจทิพย์ เชื้อรัตนพงษ์. (2539). การพัฒนาหลักสูตร : หลักการและแนวปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: อลีน เพลส.

ชูชัย สมิทธิไกร. (2550). การสรรหา การคัดเลือก และการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากร. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ณรงค์วิทย์ แสนทอง. (2547). มารู้จัก COMPETENCY กันเถอะ. กรุงเทพฯ: เอช อาร์เซ็นเตอร์.

เบญจมาภรณ์ ภิญโญพรพาณิชย์. (2560). เทคนิคการประเมิน. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค.

ปภาวี โดนสันเทียะ. (2560). การพัฒนาตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินสมรรถนะของผู้ประเมินภายนอกด้านการอาชีวศึกษา(วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สุวิมล ว่องวานิช. (2548). การวิจัยการประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). มาตรฐานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ. (2560). คู่มือการสมัคร ผู้ตรวจประเมินรางวัลคุณภาพแห่งชาติ ประจำปี 2560. กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.

อลงกรณ์ มีสุทธา และ สมิต สัชฌุกร. (2542). การประเมินผลการปฏิบัติงาน. กรุงเทพฯ: สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย - ญี่ปุ่น).

Bowen, G. A. (2009). Local-Level Stakeholder Collaboration: A Substantive Theory of Community Driven Development. Community

Development, 36(2), 73-88. https://doi.org/10.1080/155 75330509490176

Boyatzis, R. E. (1982). The Competency Manager: A Model of Effective Performance. New York: John Wiley & Sons.

McClelland, D. C. (1973). Testing For Competence Rather Than for Intelligence. American Psychologist, 28(1), 1-14.

https://doi.org/10.1037/h0034092