รัฐกับพระพุทธศาสนา : ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐกับคณะสงฆ์ไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การปกครองคณะสงฆ์ได้มีมาแล้วตั้งแต่สมัยพุทธกาลโดยมีพระพุทธเจ้าเป็นผู้ปกครองสงฆ์สูงสุด ในช่วงระยะต้นพุทธกาลยังไม่มีการบัญญัติพระวินัย เพราะพระสงฆ์ส่วนใหญ่ที่เข้ามาอุปสมบทล้วนแล้วแต่มีเจตนารมณ์เดียวกันคือ การเข้ามาประพฤติพรหมจรรย์เพื่อให้ได้บรรลุธรรมขั้นสูงสุดคือพระนิพพาน การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐกับคณะสงฆ์ไทย 2) เพื่อศึกษาบทบาทความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐกับคณะสงฆ์ไทย 3) เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและทิศทางความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐกับคณะสงฆ์ไทย การวิจัยแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ใช้การวิจัยเชิงเอกสาร ระยะที่ 2 ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 30 รูป/คน ระยะที่ 3 ใช้การสนทนากลุ่มเฉพาะกับผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 12 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลจากทั้งสามระยะโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท และตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อมูลโดยใช้เทคนิคสามเส้า
ผลการวิจัยพบว่า ระยะที่ 1 พบว่า พระพุทธศาสนาภายใต้รัฐเป็นลักษณะของการหนุนเสริมเรื่องของการให้แนวทางในการปกครอง ตัวอย่างกรณีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางหลักการเมืองการปกครองเอาไว้แก่เจ้าลิจฉวี ซึ่งได้ปกครองแบบสามัคคีธรรมหรือสมาพันธรัฐซึ่งถือว่ามีการปกครองที่ถือค่อนข้างที่จะเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดในยุคนั้น
ระยะที่ 2 พบว่า รัฐทำหน้าที่อุปถัมภ์บำรุงคุ้มครองทางฝ่ายศาสนา คณะสงฆ์มีบทบาทต่อการเมืองการปกครองมาโดยตลอด เพราะศาสนาไม่ได้เกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของสังคม เกี่ยวเนื่องกับชีวิตของผู้คนและสถาบันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม
ระยะที่ 3 พบว่า พุทธศาสนาทำหน้าที่เป็นพลังที่สร้างสรรค์บูรณาการของสังคม เป็นสถาบันที่ถ่ายทอด ปลูกฝังวัฒนธรรม และจริยธรรมทางสังคม ต้องทำหน้าที่เป็นกลไกควบคุมพฤติกรรมของสมาชิกในสังคม สร้างความเท่าเทียมกันในทางสังคมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ตามแนวทางของพระพุทธเจ้า
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
เกษฎา ผาทอง และ ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์. (2561). พระพุทธศาสนากับการเมืองในสังคมไทย. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 8(1), 195-207. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/var/article/view/146950
คึกฤทธิ์ ปราโมช, ม.ร.ว. (2548). พระพุทธศาสนากับคึกฤทธิ์. กรุงเทพฯ: ดอกหญ้า.
ชาตรี อุตสาหรัมย์. (2561). พัฒนาการความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐกับคณะสงฆ์ไทย(วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยมหามจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ธนภณ สมหวัง. (2565). พุทธทัศนะเพื่อการสร้างสรรค์สังคมไทยสมัยใหม่ ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต). ลำพูน: วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน.
นคร พจนวรพงษ์. (2558). ในคดีฆาตกรรมเชอร์ รี่แอน ดันแคน สะท้อนให้เห็นรอยด่างของกระบวนการยุติธรรมไทย. สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2565, จาก http://thaitribune.org/contents/detail/330?content_id=14918&rand=1508190591.
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. (2550). ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม. นนทบุรี : สถาบันพระปกเกล้า.
พงษ์พันธ์ ศิวิลัย . (2556). แนวความคิดของ คำว่า รัฐ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พระครูปลัดเกษฎา ผาทอง, ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์, บุญทัน ดอกไธสง และ อิสระ สุวรรณบล. (2562). บทบาทของพระสงฆ์กับการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในพื้นที่ประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และไทย. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 7(6), 1662-1676. สืบค้นจาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journal-peace/article/view/207025/162442
พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ. (2513). พุทธเจดีย์. พระนคร: ศิลปาบรรณาคาร.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต). (2550). ธรรมนูญชีวิต. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
วัลทณา แสงไพศรรค์. (2559). การปกครองสงฆ์ภายใต้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505: ศึกษาปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไข(วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมบูรณ์ สุขสำราญ. (2527). พุทธศาสนากับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมือง. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุเทพ พงศ์ศรีวัฒน์. (2548). ภาวะความเป็นผู้นำ. กรุงเทพฯ: เอ็กซเปอร์เน็ท.