การพัฒนารูปแบบคุณธรรม จริยธรรม สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับคุณธรรมและจริยธรรมสภาพจริงและสภาพที่คาดหวังของผู้บริหารสถานศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 2) ยืนยันรูปแบบคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 และ 3) วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันการพัฒนารูปแบบคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ใช้แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัยคือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1 กลุ่มตัวอย่างคือ ครู จำนวน 291 คน โดยสุ่มกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ชนิด คือ 1) แบบสอบถาม 2) แบบสัมภาษณ์ ค่าความเชื่อมั่นจากสูตรสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคสำหรับสภาพจริงมีค่า 0.95 และสภาพที่คาดหวังมีค่า 0.97 วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติพื้นฐาน ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบ Paired Samples t-test การเขียนเชิงบรรยาย และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันด้วยโปรแกรม Mplus ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับคุณธรรมและจริยธรรมสภาพจริงของผู้บริหารสถานศึกษาอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.12 และสภาพที่คาดหวังอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.83 มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 2) รูปแบบคุณธรรมและจริยธรรมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษาที่พัฒนาขึ้นเป็นรูปแบบของพฤติกรรมจรรยาบรรณครอบคลุม 5 ด้าน ประกอบด้วย จรรยาบรรณต่อตนเอง จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมวิชาชีพ และจรรยาบรรณต่อสังคม และ 3) รูปแบบโมเดลวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันมีความเหมาะสมพอดีกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยค่าสถิติ Chi-square p-value = 0.2430, Relative Chi-square = 1.052, CFI = 0.993, TLI = 0.991, SRMR = 0.033, RMSEA = 0.011 การวิจัยนี้ยืนยันว่ารูปแบบคุณธรรมและจริยธรรมที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
กรมการศาสนา. (2562). การส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ประจำปี 2562. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์กรมการศาสนา.
จีริสุดา จิรโหฐาน และ สุชาดา นันทะไชย. (2563). แนวทางการพัฒนาการประพฤติปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมตามพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 7(2), 120–131. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDMCU/article/view/241552
จงรักษ์ แก้วสิงห์. (2562). การพัฒนาภาวะผู้นำทางจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ณัฐภัทร จินาสุย และ ทวีศิลป์ กุลนภาดล. (2567). การศึกษาแนวทางการบริหารสถานศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและความโปร่งใส ตามกรอบการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ระดับ AA สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2. วารสารบริหารการศึกษา มศว, 21(40), 172-192. สืบค้นจาก https://ejournals.swu.ac.th/index.php/EAJ/article/view/16360
ภูวไนย ซ่อนกลาง และ สุภัทร พันธ์พัฒนกุล. (2567). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงบวกในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. วารสาร มมร ล้านนาวิชาการ, 13(1), 60-69. สืบค้น จาก https://so01.tci-thaijo.org/index.php/mbulncjournal/article/view/271844
ราชกิจจานุเบกษา. (2562). พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม (ฉบับที่ 1). เล่ม 136 ตอนที่ 50 ก หน้า 1 (1 เมษายน 2562).
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2564). รายงานประจำปีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564. กรุงเทพฯ: สำนักงาน ก.ค.ศ.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1. (2566). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นฐาน ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566-2570. สุราษฎร์ธานี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1.
สุวิชย์ชัย เดชศักดาพร. (2565). คุณธรรมจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรุงเทพมหานคร. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 11(1), 29-42. สืบค้นจาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jssr/article/view/253849
ศิริพร วัฒนากูล. (2563). จริยธรรมกับการบริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
อนุชิต ทองเสน และ มังกร หริรักษ์ (2567). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชุมพร เขต 2. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 6(2), 339-352. สืบค้นจาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jemri/article/view/267015
อัษฎา ตารินทร์ และ ธีระวัฒน์ มอนไธสง. (2567). คุณลักษณะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 ที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 11(2), 78-93. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMA/article/view/267398.
เอกราช เอียดแก้ว, ธีระพงษ์ สมเขาใหญ่ และ พระปลัดโฆษิต โฆสิโต. (2565). ภาวะผู้นำเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษา ที่ส่งผลต่อคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4. วารสารพุทธสังคมวิทยาปริทรรศน์, 7(1), 149-163. สืบค้นจาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/BSJ/article/view/254079
Diamantopoulos, A., Siguaw, J. A., & Siguaw, J. A. (2000). Introducing LISREL: A guide for the uninitiated. London: Sage Publications.
Kaplan, D. (2000). Structural equation model: Foundation and extensions. California: Thousand Oaks.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610. https://doi.org/10.1177/0013164470030 00308