รูปแบบการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลในยุคดิจิทัลของโรงเรียนสังกัดเทศบาลจังหวัดอุดรธานี

Main Article Content

กิติชา ธานีเนียม
อดิศร ศรีเมืองบุญ
ทรงเดช สอนใจ

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบของการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลในยุคดิจิทัล 2) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของโรงเรียนสังกัดเทศบาลจังหวัดอุดรธานี 3) พัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลในยุคดิจิทัล และ 4) ประเมินรูปแบบ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสานเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่การวิจัยคือโรงเรียนสังกัดเทศบาลจังหวัดอุดรธานี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 4 ชนิด คือ 1 แบบสอบถาม 2 แบบสัมภาษณ์ 3 แบบประเมิน และ4 แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ในการวิจัยเชิงปริมาณ ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า
1. องค์ประกอบของการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลในยุคดิจิทัลมี 8 ด้าน ได้แก่ 1) การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลในหลักสูตรและการสอน 2) ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์ดิจิทัล 3) การพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของครูและนักเรียน 4) การมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และสมรรถนะของผู้เรียน 5) การใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ 6) การบริหารการเปลี่ยนแปลงและสร้างวัฒนธรรมดิจิทัล 7) การสร้างชุมชนการเรียนรู้วิชาชีพดิจิทัล 8) การใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบ 2. สภาพปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนสภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมาก โดยมีความต้องการจำเป็นสูงสุดด้านการมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และสมรรถนะผู้เรียน 3. รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 8 องค์ประกอบ พร้อมแนวทางการปฏิบัติและกลไกสู่ความสำเร็จที่ชัดเจน 4. ผลการประเมินรูปแบบมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และประโยชน์ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ธานีเนียม ก., ศรีเมืองบุญ อ., & สอนใจ ท. (2026). รูปแบบการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลในยุคดิจิทัลของโรงเรียนสังกัดเทศบาลจังหวัดอุดรธานี. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 9(4), 2045–2064. สืบค้น จาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/jmhs1_s/article/view/286446
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

พรรณธิภา เกิดสาย. (2568). การบริหารงานวิชาการสมัยใหม่: แนวคิดและแนวปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: วี.พริ้นท์.

ศรีสมร พงษ์ไพจิตร. (2558). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและรูปแบบ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุกัญญา โอคอนเนอร์, กชภัทร์ ศรีพรหม และ กชภัทร์ สงวนเครือ. (2568). การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์. เสฏฐวิทย์ปริทัศน์, 5(1), 88–105. สืบค้นจาก https://so12.tci-thaijo.org/index.php/stw/article/view/1748

สุขสันต์ บัวสาย, ณัฐตะวัน ลิ้มประสงค์, และ พิสุทธิ์ บัวเปรม. (2568). การบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาผู้เรียนสู่การเป็นนวัตกรในยุคดิจิทัล. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.), 7(2), 598–615. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JAPDEAT/article/view/279891

สุเมธ งามกนก. (2563). การบริหารงานวิชาการในยุคดิจิทัล. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย (สพบท.), 3(1), 59–68. สืบค้นจาก https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JAPDEAT/article/view/250486

สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น: แนวคิดและวิธีการ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562ก). การประเมินความต้องการจำเป็นทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562ข). การประเมินโครงการ: จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. (พิมพ์ครั้งที่ 12). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อรุณกมล แป้นเหมือน. (2568). กลยุทธ์การบริหารงานวิชาการสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา. นนทบุรี: ไอเดียสแควร์.

Dick, W., Carey, L., & Carey, J. O. (2015). The systematic design of instruction. (8th ed.). New York: Pearson.

Fullan, M., & Langworthy, M. (2014). A rich seam: How new pedagogies find deep learning. New York: Pearson.

Masters, G. N. (2018). The role of evidence in teaching and learning. In Professional Learning for Improving Schools. Melbourne: ACER Press.