รูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยกระดับประสิทธิภาพ การจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในพื้นที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปสู่ระดับ A: ในมุมมองของสมาชิก
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สร้างรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในพื้นที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปสู่ระดับ A ในมุมมองของสมาชิก
(2) เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในพื้นที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราชไปสู่ระดับ A และ (3) เพื่อวิเคราะห์ขนาดอิทธิพลของรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ไปสู่ระดับ A กลุ่มตัวอย่างได้มาโดยการใช้สูตรทาโร่ ยามาเน่ จำนวน 400 คน จากสมาชิกที่กู้เงินกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับ A ในพื้นที่อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบสอบถามตั้งแต่ 0.60 ถึง 1.00 ทดสอบความสอดคล้องของข้อคำถาม ด้วย Item-Total Correlation มีค่าตั้งแต่ 0.34 ถึง 0.91 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.91 วิเคราะห์สถิติพื้นฐานด้วยโปรแกรมการวิเคราะห์สถิติสำเร็จรูป และวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยด้วยโปรแกรม LISREL 8.80 for Student
ผลการวิจัย พบว่า (1) การสร้างรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ไปสู่ระดับ A ประกอบด้วยตัวแปรสังเกตได้จำนวน 7 ตัวแปร (2) ผลการตรวจสอบความสอดคล้องของรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ไปสู่ระดับ A มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์อยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีค่าสถิติดังนี้ (c2/df) = 0.61, P-Value = 0.604, RMSEA = 0.000, GFI = 1.000, AGFI = 0.99, CFI = 1.000 และ (3) ผลการวิเคราะห์ขนาดอิทธิพลของรูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยกระดับประสิทธิภาพการจัดการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ไปสู่ระดับ A พบว่า ปัจจัยด้านกฎ ระเบียบกองทุนมีอิทธิพลทางตรงต่อปัจจัยความสามารถในการชำระหนี้ (P = 0.42) และต่อปัจจัยการพัฒนาอาชีพมากที่สุด (P = 0.38) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การทำนาย (R2) เท่ากับ 0.44 ส่วนปัจจัยด้านกระบวนการจัดการมีอิทธิพลต่อปัจจัยการเสริมสร้างชุมชนเข้มแข็งมากที่สุดคือ (P = 0.26) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การทำนาย (R2) เท่ากับ 0.63
ผลการวิจัยนี้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองระดับ B, C และ D สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดการกองทุนไปสู่ระดับ A
Article Details
- ผู้เขียนต้องยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กองบรรณาธิการวารสารกำหนด และผู้เขียนต้องยินยอมให้บรรณาธิการ แก้ไขความสมบูรณ์ของบทความได้ในขั้นตอนสุดท้ายก่อนเผยแพร่
- ลิขสิทธิ์บทความเป็นของผู้เขียน แต่วารสารเทคโนโลยีภาคใต้คงไว้ซึ่งสิทธิ์ในการตีพิมพ์ครั้งแรก โดยเหตุที่บทความนี้ปรากฏในวารสารที่เข้าถึงได้จึงอนุญาตให้นำบทความไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา แต่มิใช่เพื่อการพาณิชย์
References
Carmines, E. G., & Zeller, R. A. (1990). Reliability and Validity Assessment (4 thed.). Newbury Park, California: Sage
Publications.
Cronbach, L. J. (1990). Essentials of Psychological Testing (3rded.). New York: Harper and Row.
Klaijanpong, H., Plangchareansri, K., Pungniran, B. (2015). Management model of effectiveness village fund region 7
(branch 12). Journal of Thai Interdisciplinary Research, 10(1), 102-113. [in Thai]
National Village and Urban Community Funds Office. (2016). Report of the allocation and transfer of the funds,
according to fund capital improvement village and urban community funds. Retrieved on 20 October 2016, from
https://www.villagefund.or.th/index.aspx?parent=433&pageid=469&directory=2366&pagename=content.
[in Thai]
Nilvichien, H. (1997). Development of Self Discipline, Practice and Principle. Pattani: Prince of Songkla University,
Pattani Campus. [in Thai]
Pomnoi, N. (2014). People and Village and Urban Fund Management. Thesis of Faculty of Public Administration,
Phitsanulok University. [in Thai]
Sengpracha, N. (1998). Human and Social (4 thed.). Bangkok: Odeon Store. [in Thai]
Wongsanti, N. (2016). The Direction and Development of the Country, the Government's Policy and National
Economics and Social Development Plan. 12. Bangkok: Office of the National Economics and Social Development. [in Thai]
Yamane, T. (1967). Taro Statistic: an Introductory Analysis. New York: Harper & Row.