การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะตนเองเพื่อการปฏิบัติงานในหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ (คลินิกหมอครอบครัว) ของนักวิชาการสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 12

ผู้แต่ง

  • Kannika Ruangdej Chaosuansreecharoen Sirindhorn College of Public Health, Trang
  • Paiboon Chaosuansreecharoen Sirindhorn College of Public Health, Trang
  • Saowaluk Khonsanit Sirindhorn College of Public Health, Trang
  • Jintana Sangsim Sirindhorn College of Public Health, Trang

คำสำคัญ:

ความต้อง, การพัฒนาสมรรถนะ, ระบบบริการปฐมภูมิ, นักวิชาการสาธารณสุข, เขตสุขภาพที่ 12

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้คือการวิจัยเชิงปริมาณ รูปแบบการวิจัยเชิงสำรวจแบบภาคตัดขวางที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะตนเองเพื่อการปฏิบัติงานในหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ (คลินิกหมอครอบครัว) ของนักวิชาการสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 12 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักวิชาการสาธารณสุขจากหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ (คลินิกหมอครอบครัว) ของเขตสุขภาพที่ 12 ในระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ที่ขึ้นทะเบียน ในปี พ.ศ. 2561 จำนวน 134 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามแบบการตอบสนองคู่ การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น โดยใช้ดัชนีความสำคัญของลำดับความต้องการจำเป็น ผลการศึกษา พบว่า ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNIM) ในการพัฒนาสมรรถนะตนเองสำหรับการปฏิบัติงานในหน่วยบริการปฐมภูมิและเครือข่ายหน่วยบริการปฐมภูมิ (คลินิกหมอครอบครัว) ของนักวิชาการสาธารณสุขในเขตสุขภาพที่ 12 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า  ด้านที่มีค่า PNIM สูงที่สุด ได้แก่ การพัฒนางานวิชา การวิจัย และนวัตกรรมสุขภาพ (PNIM = 0.33) รองลงมา คือ ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล (PNIM = 0.26) เมื่อพิจารณาในรายละเอียดรายด้าน พบว่า ด้านการส่งเสริมสุขภาพ ข้อที่มีค่า PNIM สูงที่สุด คือ การวิเคราะห์ปัจจัยสุขภาพและการวิเคราะห์พฤติกรรมสุขภาพที่สัมพันธ์กับปัญหาสาธารณสุข สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม และการออกแบบจัดกิจกรรม/ประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อสร้างเสริม/ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของผู้รับบริการในระดับบุคคล (ทุกกลุ่มวัย) ครอบครัว และชุมชน (PNIM = 0.27) ด้านการตรวจประเมินบำบัดโรคเบื้องต้น ข้อที่มีค่า PNIM สูงที่สุด คือ การออกแบบระบบการดูแลสุภาพแบบองค์รวมของประชาชนกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มผู้ป่วย (PNIM = 0.27) ด้านการควบคุมและป้องกันโรค ข้อที่มีค่า PNIM สูงที่สุด คือระบบการจัดเก็บข้อมูลการเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ (PNIM = 0.20) ด้านอาชีวอนามัยและอนามัยสิ่งแวดล้อม ข้อที่มีค่า PNIM สูงที่สุด คือการรับเรื่องร้องเรียนและการจัดการเกี่ยวกับการร้องเรียนอนามัยสิ่งแวดล้อม (PNIM = 0.27) ด้านการพัฒนางานวิชา การวิจัย และนวัตกรรมสุขภาพ ข้อที่มีค่า PNIM สูงที่สุด คือการนำผลงานวิจัยและหลักฐานเชิงประจักษ์มาใช้ในการปฏิบัติงาน และการนำผลงานวิจัยไปเผยแพร่ (PNIM = 0.53) และด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล พบว่า ข้อที่มีค่า PNIM สูงที่สุด คือเทคนิคการพูดเพื่อนำเสนอข้อมูลและการโน้มน้าวจูงใจ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการมีสุขภาพที่ดี (PNIM = 0.34)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-04-29

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research article)