ภาวะผู้นำตามการตระหนักรู้ของตนเองของพยาบาลประจำการโรงพยาบาลตรัง
คำสำคัญ:
การตะหนักรู้, ภาวะผู้นำ, พยาบาลบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาระดับภาวะผู้นำตามการตระหนักรู้ของตนเองของพยาบาลประจำการโรงพยาบาลตรัง จำแนกตามอายุ ประสบการณ์ และสถานภาพ โดยมีกลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลประจำการ โรงพยาบาลตรัง จำนวน 222 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำ ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล ประกอบด้วย อายุ เพศ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา ตำแหน่งงาน ประสบการณ์ทำงาน สถานที่ปฏิบัติงานหอผู้ป่วย/แผนก และส่วนที่ 2 แบบสอบถามภาวะผู้นำตามการตระหนักรู้ของตนเองของพยาบาลประจำการโรงพยาบาลตรัง เป็นการประเมินภาวะผู้นำ 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านแรงขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่น ด้านความฉลาดทางเชาวน์อารมณ์ด้านการแสดงความไว้วางใจ/ การเพิ่มความสามารถให้ผู้อื่น ด้านความคิดรวบยอด และด้านการคิดอย่างเป็นระบบ โดยมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม (Cronbach’s Alpha Coefficient) เท่ากับ .72 วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้สถิติพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า พยาบาลประจำการ ส่วนใหญ่อายุ ระหว่าง 26-35 ปี มีจำนวนมากที่สุด คิดเป็น ร้อยละ 67.26 ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 96.46 มีสถานภาพโสด คิดเป็นร้อยละ 50.88 สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าเป็นส่วนใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 99.12 ส่วนใหญ่มีประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งงานปัจจุบัน 5 ปี คิดเป็นร้อยละ 14.60 โดยมีประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งปัจจุบันมากที่สุด 24 ปี ปฏิบัติงานที่แผนกศัลยกรรมเป็นส่วนใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 79.09 สำหรับภาวะผู้นำตามการตระหนักรู้ของตนเองของพยาบาลประจำการโรงพยาบาลตรัง มีคะแนนเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (= 2.93, SD= 0.66) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าพยาบาลประจำการส่วนใหญ่มีภาวะผู้นำทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง คือ ด้านแรงขับเคลื่อนด้วยความมุ่งมั่น ( = 3.22, SD = 0.64) ด้านความฉลาดทางอารมณ์ ( = 2.80, SD = 0.64) ด้านการแสดงความไว้วางใจ ( = 2.82, SD = 0.60) ด้านความคิดรวบยอด ( = 2.80, SD = 0.79) และด้านการคิดอย่างเป็นระบบ ( = 3.03, SD = 0.61)