ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเองของประชาชนในเขตอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

ผู้แต่ง

  • Suvapee Kleebbua Bachelor of Industrial Technology Program, Faculty of Business Administration and Technology, Lampang Inter-Tech College
  • Chareonsri Yomchareon Bachelor of Business Administration Program in Modern Business Management, Faculty of Business Administration and Technology, Lampang Inter-Tech College
  • Orapin Suchard Bachelor of Business Administration Program in Modern Business Management, Faculty of Business Administration and Technology, Lampang Inter-Tech College

คำสำคัญ:

พฤติกรรมการใช้สมุนไพร, ปัจจัย, ความสัมพันธ์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาพฤติกรรมและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพของตนเองของประชาชนในอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน โดยวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One way Anova) และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียรสัน (Pearson’s product moment correlation) ผลการวิจัยพบว่าพฤติกรรมการใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพตนเองประชาชนอยู่ในระดับมาก อายุ รายได้ เพศ และการศึกษา ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้สมุนไพรในการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value>0.05) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของทัศนคติต่อการใช้สมุนไพร และความสะดวกในการได้มาซึ่งสมุนไพรไม่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้สมุนไพรรักษาโรค และไม่มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่าง .009 - .105และทัศนคติต่อการใช้สมุนไพร ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้สมุนไพรรักษาโรคอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 อธิบายค่าความแปรผันของของทัศนคติต่อการใช้สมุนไพร และความสะดวกในการได้มาซึ่งสมุนไพร ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้สมุนไพรรักษาโรคได้ร้อยละ 1.10 (R2=.011)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-01-31

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research article)