ทุ่ม – โมง และ ดิถีจันทร์ (ขึ้น – แรม) ภูมิปัญญาไทยใช้คำนวณเวลา ขึ้นและตกของดวงจันทร์ได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ

ผู้แต่ง

  • La-iard Silanoi Independent scholar
  • Penpim Phuangsuwan College of Management University of Phayao
  • Kanokklao Klaeokla Hospitality and Tourism Buriram Rajabhat University
  • Wischaya Silanoi School of General Education Valaya Alongkorn Rajabhat University Under the royal patronage

คำสำคัญ:

ดวงจันทร์ขึ้น, ดวงจันทร์ตก, ทุ่ม-โมง, ดิถีจันทร์, ภูมิปัญญาไทย

บทคัดย่อ

ดวงอาทิตย์ขึ้นและตกในเวลาที่ใกล้เคียงกันทุกวัน แต่การขึ้นและตกของดวงจันทร์มิใช่เวลาเดียวกันทุกวัน ทำให้ทราบได้ยากว่าแต่ละวันนั้น ๆ ดวงจันทร์จะขึ้นและตกในเวลาใด เพราะดวงจันทร์จะขึ้นและตกช้าลงไปวันละ 48-52 นาที โดยประมาณ แต่น่าพิศวงที่ภูมิปัญญาไทยโบราณสามารถใช้การขานเวลาในสมัยโบราณที่ขานเวลาเป็นทุ่ม-โมงมาประกอบกับดิถีจันทร์หรือเลขค่ำของขึ้นและแรมตามปฏิทินจันทรคติของไทยในแต่ละวัน นำมาคำนวณเวลาขึ้นของดวงจันทร์ได้อย่างแม่นยำและอย่างง่ายดาย โดยไม่จำต้องอาศัยปูมโหราศาสตร์หรืออาศัยการคำนวณทางดาราศาสตร์สมัยใหม่แต่อย่างใด วิธีการคือนำเอาค่าคงตัวคือ 8 มาคูณกับเลขดิถีจันทร์ (ขึ้นหรือแรม) ได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเวลาที่ดวงจันทร์ขึ้น โดยให้ถือเอาเลขหลักหน่วยของผลลัพธ์เป็นบาทซึ่งเมื่อคูณด้วย 6 จะได้เป็นค่าของนาที และตัวเลขผลลัพธ์ที่อยู่ข้างหน้าของหลักหน่วยทั้งหมดจะหมายถึงเวลา “โมง” ในกรณีเป็นข้างขึ้น และเป็นเวลา “ทุ่ม” ในกรณีเป็นข้างแรม นอกจากนี้ยังจะช่วยให้เราสามารถกำหนดเวลาตกของดวงจันทร์ได้อีกด้วยซึ่งจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 12 ชั่วโมงนับแต่ดวงจันทร์ขึ้นพ้นจากขอบฟ้า ทั้งนี้จากการเปรียบเทียบกับเวลาสากลที่สมาคมดาราศาสตร์ไทยได้คำนวณเวลาขึ้นและตกของดวงจันทร์ไว้พบว่ามีความใกล้เคียงอย่างยิ่งชนิดที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง จึงสมควรที่นักศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ควรจะทราบเพื่อการทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ได้อย่างถูกต้องและมัคคุเทศก์ก็ควรจะต้องทราบเพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลในการนำเที่ยวชมธรรมชาติยามค่ำคืนในอุทยานแห่งชาติในภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเที่ยวประเภทดูดาวยามค่ำซึ่งต้องอาศัยคืนเดือนมืดเป็นสำคัญ เพื่อมิให้แสงจันทร์ไปรบกวนการชมดาวในยามค่ำดังกล่าว และสมควรอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยแขนงนี้ไว้ให้คงอยู่คู่บ้านคู่เมืองเป็นมรดกของไทยที่ทรงคุณค่าตลอดไป

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-04-16

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ (Academic Articles)