ภาวะผู้นำการใช้เทคโนโลยียุคดิจิทัลต่อการบริหารงานของผู้บริหารกลุ่มโป่งไฮ-น้ำจั้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ

ผู้แต่ง

  • Tinakorn Khamsiri Faculty of Education Thong suk college
  • Naitawan Khamhorm Faculty of Education Thong suk college

คำสำคัญ:

ภาวะผู้นำ, การใช้เทคโนโลยียุคดิจิทัลต่อการบริหารงาน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้  มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาวะผู้นำการใช้เทคโนโลยียุคดิจิทัลต่อการบริหารงานของผู้บริหาร กลุ่มโป่งไฮ–น้ำจั้น  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา                     บึงกาฬและเพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำการใช้เทคโนโลยียุคดิจิทัลต่อการบริหารงานของผู้บริหาร กลุ่มโป่งไฮ–น้ำจั้น  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ  จำแนกตามเพศ  อายุ และระดับการศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ  ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กลุ่มโป่งไฮ-น้ำจั้น สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ  ในปีการศึกษา 2563 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 135 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)  โดยใช้ประชากรทั้งหมดเป็นกลุ่มตัวอย่าง  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า  ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.67–1.00  มีค่าเฉลี่ยความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .84  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัย  ได้แก่ ค่าร้อยละ  ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และการทดสอบค่าที  ค่าเอฟ และการทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีการของเชฟเฟ่ ผลการวิจัย  พบว่าระดับการปฏิบัติของภาวะผู้นำการใช้เทคโนโลยียุคดิจิทัลต่อการบริหารงานของผู้บริหาร กลุ่มโป่งไฮ –น้ำจั้น  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ  โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้าน  เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย  ได้แก่ ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ  ด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล  การกระตุ้นการใช้ปัญญาและ ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์หรือการสร้างบารมี การเปรียบเทียบระดับการปฏิบัติของภาวะผู้นำการใช้เทคโนโลยียุคดิจิทัลต่อการบริหารงานของผู้บริหาร กลุ่มโป่งไฮ–น้ำจั้น  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ  จำแนกตามเพศ  อายุ  และระดับการศึกษาพบว่า ในภาพรวมในรายด้าน ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05  ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐาน

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-03-29

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research article)