การพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ โดยใช้บทเพลง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดกู่คำ (เมธาวิสัยคณาทร) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4
คำสำคัญ:
ชุดฝึกทักษะ, ทักษะการอ่าน, ความพึงพอใจบทคัดย่อ
ในการศึกษาค้นคว้าวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ โดยใช้บทเพลง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะในการอ่าน โดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ โดยใช้บทเพลง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนเรียนและหลังเรียน และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ โดยใช้บทเพลง สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนวัดกู่คำ (เมธาวิสัยคณาทร) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 จำนวน 17 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ โดยใช้บทเพลง 2) แบบทดสอบวัดทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ จากการใช้ชุดฝึกทักษะ 3) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องการพัฒนาชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ โดยใช้บทเพลง ทั้งหมด 12 แผน และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ ของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้จากการเรียนด้วยชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ โดยใช้บทเพลงสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผลการวิจัยพบว่าการสร้างและหาประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ โดยใช้บทเพลง มีประสิทธิภาพของ เท่ากับ 82.77 และมีประสิทธิผลของ เท่ากับ 89.21 ซึ่งแสดงว่า เครื่องมือวิจัยที่ใช้มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ( = 80/= 80) การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดกู่คำ (เมธาวิสัยคณาทร) ที่เรียนโดยการใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ โดยใช้บทเพลงนั้น พบว่า คะแนนหลังเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.47 คิดเป็นร้อยละ 82.35 สูงกว่าก่อนเรียนซึ่งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 10.88 คิดเป็นร้อยละ 54.41 โดยมีคะแนนความก้าวหน้าเฉลี่ยร้อยละ 27.94 ส่วนความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อการเรียนโดยการใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านภาษาอังกฤษ โดยใช้บทเพลง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (µ = 4.66, σ = 0.68) เมื่อพิจารณาผลการประเมินรายด้าน เรียงลำดับผลรวมค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย คือ ด้านครูผู้สอนพบค่าเฉลี่ยโดยรวมสูงที่สุด (µ = 4.72, σ = 0.60) รองลงมาคือด้านเนื้อหา (µ = 4.66, σ = 0.70) และพบค่าเฉลี่ยโดยรวมต่ำสุด คือ ด้านผู้เรียน (µ = 4.63, σ =0.71)