ข้อขะลำ และพฤติกรรมสุขภาพของหมอช้างในชีวมณฑลช้างเลี้ยง ในราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
คำสำคัญ:
คำสำคัญ : ข้อขะลำ, พฤติกรรมสุขภาพ, หมอช้างบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาอัตชีวประวัติสุขภาพ ข้อขะลำ และพฤติกรรมสุขภาพของหมอช้าง ในจังหวัดสุรินทร์ ราชอาณาจักรไทย และแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบพฤติกรรมสุขภาพของหมอช้าง ในราชอาณาจักรไทย นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ ของหมอช้าง ควาญช้าง และครอบครัว ในราชอาณาจักรไทย ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ถึงพฤษภาคม 2564 ดำเนินการวิจัยจากผู้ให้ข้อมูลหลัก ประกอบด้วยหมอช้าง จำนวน 5 คน และมีผู้ให้สัมภาษณ์อีก จำนวน 53 คน ในจังหวัดสุรินทร์ ราชอาณาจักรไทย และแขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้ใช้แบบสอบถามสำรวจเพิ่มเติม จากสมาชิกครอบครัวของหมอช้าง ควาญช้าง และครอบครัว ในจังหวัดสุรินทร์ ราชอาณาจักรไทย จำนวน 530 คน ด้วยการผสมผสานวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ และเชิงปริมาณ โดยอาศัยเทคนิคการวิจัยแนวชาติพันธุ์วรรณนา การสนทนากลุ่ม ร่วมกับการวิเคราะห์ทางสถิติ ด้วยเทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการศึกษา ด้านอัตชีวประวัติสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพของหมอช้าง 5 คน ซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลหลัก อายุระหว่าง 81 – 89 ปี เป็นหมอสะเดียง 2 คน หมอสะดำ 2 คน และ ครูบาใหญ่ หรือ ติญาย 1 คน พบว่า ทุกคนสุขภาพดี ทั้ง 5 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม จิตวิญญาณ และสุขภาวะทางปัญญา ซึ่งเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ มีภาวะผู้นำ ความจำดี เป็นผู้นำด้านพิธีกรรมในชุมชน พึ่งตนเองได้ ภาคภูมิใจในตนเอง อารมณ์ดี มีครอบครัวที่อบอุ่น และเข้มแข็ง มีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ประมาท และไม่เบียดเบียน โดยปฏิบัติตามข้อขะลำ และหลักศาสนาพุทธ ดำเนินชีวิตสอดคล้องกับสุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ, หลัก 6 อ.ของกระทรวงสาธารณสุข และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงข้อขะลำของหมอช้าง ใน 2 ประเทศ มีข้อปฏิบัติที่เคร่งครัดในกิจวัตรประจำวัน ทั้งในเรื่อง การกิน การนั่ง การเดิน การนอน การเคารพผีปะกำ และปฏิบัติตามหลักศาสนาพุทธซึ่งหมอช้าง ควาญช้าง และครอบครัว จะปฏิบัติอย่างเคร่งครัดยิ่งขึ้น ในช่วงที่ออกคล้องช้างป่า ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบ พบว่า องค์ประกอบด้านข้อขะลำที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพของหมอช้าง ในราชอาณาจักรไทย มี 5 องค์ประกอบตามลำดับ ดังนี้ 1) ข้อปฏิบัติ และการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ 2) สายใยสัมพันธ์ของคนในครอบครัว 3) เคร่งครัดในศีลธรรม และปฏิบัติตามหลักศาสนา 4) ความน่าเชื่อถือ และภาวะผู้นำ และ 5) มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และไม่เบียดเบียน ผลจากการศึกษาครั้งนี้ นำไปสู่การประชุมกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ (ผู้รู้) จำนวน 24 คน และได้จัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย เพื่อพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ ได้แก่ อาหารปลอดภัย, คุณภาพของอาหาร, ความมั่นคงทางอาหาร, พฤติกรรมสุขภาพ, การพัฒนาครอบครัว, การปฏิบัติตาม ข้อขะลำและหลักธรรมในพระพุทธศาสนา, การฝึกอบรมภาวะผู้นำ และการรักษาระบบนิเวศ สำหรับหมอช้าง ควาญช้าง และครอบครัว ในราชอาณาจักรไทย และประยุกต์ใช้กับประชาชนทั่วไปในอนาคต