A การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน กับการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ผู้แต่ง

  • ธนชัย อุ่นใจชน นักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
  • ธีรวัฒน์ มอนไธสง อาจารย์ประจำหลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

คำสำคัญ:

ภาวะผู้นำทางวิชาการ, การบริหารจัดการ, แหล่งเรียนรู้

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน 2) ศึกษาการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน และ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนกับการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลุ่มตัวอย่าง คือ ครูในโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 314 คน ได้มาโดยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามที่มีค่า   ความเชื่อมั่น ด้านภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน เท่ากับ 0.97 และด้านการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน เท่ากับ 0.96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยรวม และรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการมีวิสัยทัศน์ในการจัดการศึกษาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง รองลงมา คือ ด้านการมีความเป็นผู้นำในการริเริ่มการใช้นวัตกรรมเพื่อการจัดการเรียนรู้ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ด้านการมีศักยภาพในการพึ่งตนเองในการพัฒนางานวิชาการ 2) การบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยรวม และรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยขั้นที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ขั้นการดำเนินการสร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ รองลงมา คือ ขั้นการตรวจสอบ กำกับ ติดตาม และประเมินผลการใช้แหล่งเรียนรู้ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ ขั้นสรุปและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ และ 3) ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารโรงเรียน มีความสัมพันธ์ทางบวก กับการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน โดยรวม อยู่ในระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01   

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-01-30

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research article)