กลยุทธ์การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีผลสัมฤทธิ์สูง ของโรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดเพชรบูรณ์

ผู้แต่ง

  • นงลักษณ์ ใจฉลาด คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม
  • อนันต์ นามทองต้น คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม

คำสำคัญ:

กลยุทธ์, การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรม, ผลสัมฤทธิ์สูง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาองค์ประกอบและเพื่อสร้างกลยุทธ์การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีผลสัมฤทธิ์สูงของโรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งการวิจัยเป็นแบบผสมผสาน มี 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาองค์ประกอบการบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีผลสัมฤทธิ์สูงของโรงเรียนประถมศึกษา โดยการสังเคราะห์องค์ประกอบและรายการ จากเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่ แบบบันทึกข้อมูล และแบบสังเคราะห์ข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ขั้นตอนที่ 2 การสร้างกลยุทธ์การบริหารจัดการโรงเรียนคุณธรรมที่มีผลสัมฤทธิ์สูงของโรงเรียนประถมศึกษา โดยผู้เชี่ยวชาญ 12 คน ได้มาโดยการคัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ มีลักษณะเป็นแบบประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.8 -1.00 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.97 และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า 1. การศึกษาองค์ประกอบ พบว่า มี 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) การจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน 2) การบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน 3) การจัดการเรียนการสอนของครู 4) การเรียนรู้และคุณภาพนักเรียน 5) การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียน มี 14 องค์ประกอบย่อย และ 50 รายการ 2. การสร้างกลยุทธ์ พบว่า มี 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) การจัดสภาพแวดล้อมในโรงเรียน 2) การบริหารจัดการของผู้บริหารโรงเรียน 3) การจัดการเรียนการสอนของครู 4) การเรียนรู้และคุณภาพนักเรียน 5) การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองนักเรียน มี 14 องค์ประกอบย่อยและ 50 รายการ  โดยจำแนกกลุ่มรายการของกลยุทธ์ตามหลักการวิเคราะห์เชิงระบบ แยกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มปัจจัยนำเข้า (Inputs: I) จำนวน 10 รายการ กลุ่มกระบวนการ (Process : P) จำนวน 32 รายการและกลุ่มผลผลิต (Outputs : O)  จำนวน 8 รายการ โดยผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า ในภาพรวมกลยุทธ์ มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด     

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-07-27

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย (Research article)