การสอนศาสนพิธี โดยใช้หลักบุญกิริยาวัตถุ 3 เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการสอน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนการเคหะท่าทราย เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
การสอนศาสนพิธี, พัฒนาผลสัมฤทธิ์, การเรียนการสอนบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่อง “การสอนศาสนพิธี โดยใช้หลักบุญกิริยาวัตถุ 3 เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนการสอน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนการเคหะท่าทราย เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร” เป็น การวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) แบบ One Group Pre-test – Pos-test Design ทดสอบก่อนเรียนและทดสอบหลังเรียน (One Group Pretest – Posttest Design) โดยมีวัตถุประสงค์ของการวิจัย ได้แก่ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หลักบุญกิริยาวัตถุ 3 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนการเคหะท่าทราย เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากจัดการเรียนรู้โดยใช้หลักบุญกิริยาวัตถุ 3 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนการเคหะท่าทราย เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยดังกล่าว พบว่า 1) ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้หลักบุญกิริยาวัตถุ 3 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนการเคหะท่าทราย เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร การฝึกในด้านพฤติกรรม การจัดระเบียบระบบความรับผิดชอบความเสียสละ การรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น การมีระเบียบวินัยเคารพกฎกติกาสังคม การเคารพสิทธิของผู้อื่น การตรงต่อเวลา การดำรงตนในสังคมอย่างเหมาะสม การฝึกในด้านจิตใจ ความตั้งมั่นตั้งใจ เอาใจใส่ในการเรียน อย่างมีสมาธิ หมั่นปรับปรุงตนเองอยู่เสมอ รวมถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการจัดการความรู้ในองค์กร การฝึกหรือพัฒนาในด้านปัญญา การรู้ความจริง เริ่มตั้งแต่ความเชื่อความเห็น ความรู้ ความเข้าใจ ความหยั่งรู้เหตุผล การรู้จักวินิจฉัยไตร่ตรอง ตรวจสอบคิดการต่างๆ สร้างสรรค์ การจัดการความรู้ การคิดวิเคราะห์ 2) ผลเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากจัดการเรียนรู้โดยใช้หลักบุญกิริยาวัตถุ 3 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนการเคหะท่าทราย เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 2.1 ผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียน ก่อนการจัดการเรียนรู้ตามหลักบุญกิริยาวัตถุ 3 เมื่อเปรียบเทียบเกณฑ์ตามการจัดการเรียนรู้โดยกำหนดเกณฑ์ร้อยละ 60 มีนักเรียนผ่านเกณฑ์จำนวน 0 คน ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 32 คน 2.2 ผลการทำแบบทดสอบหลังเรียน การสอนศาสนพิธี โดยการจัดการเรียนรู้ตามหลักบุญกิริยาวัตถุ 3 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เมื่อเปรียบเทียบเกณฑ์ตามการจัดการเรียนรู้โดยกำหนดเกณฑ์ร้อยละ 60 มีนักเรียนผ่านเกณฑ์จำนวน 32 คน 2.3 ผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน การสอนศาสนพิธี โดยการจัดการเรียนรู้ตามหลักบุญกิริยาวัตถุ 3 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 32 คน ผลการทำแบบทดสอบจำนวน 20 ข้อ พบว่า นักเรียนทำคะแนนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนทั้ง 32 คน ดังนี้ นักเรียนที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นมากที่สุดในจำนวน 9 คน คือ นักเรียนเลขที่ 3,10,13,17,20,21,24,26 และเลขที่ 30 มีคะแนนผลต่างหลังเรียนสูงขึ้นจากก่อนเรียน จำนวน 10 คะแนน แสดงให้เห็นถึงความเหมาะสมของการสอนศาสนพิธี โดยการจัดการเรียนรู้ตามหลักบุญกิริยาวัตถุ 3 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่สามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนได้เป็นอย่างดี เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ 3) ผลเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลัง ของการสอนศาสนพิธี โดยการจัดการเรียนรู้ตามหลักบุญกิริยาวัตถุ 3 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน คะแนนก่อนเรียนมีค่าเฉลี่ย () = 10.18 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. ) = 1.267 และคะแนนหลังเรียนมีค่าเฉลี่ย () = 16.42 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D. ) = 1.417 ค่าความเฉลี่ยของผลต่างเท่ากับ 6.24 และเมื่อทดสอบค่า t=test เท่ากับ 31.324 เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการสอนศาสนพิธี โดยการจัดการเรียนรู้ตามหลักบุญกิริยาวัตถุ 3 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนมีคะแนนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้