รูปแบบของสถาปัตยกรรมศาสนสถานในอารยธรรมขอมบนพื้นที่จังหวัดขอนแก่น สู่การสร้างแอพพลิเคชั่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
คำสำคัญ:
แบบสันนิษฐาน, รูปแบบ, สถาปัตยกรรมศาสนสถาน, อารยธรรมขอมบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษารูปแบบสถาปัตยกรรมศาสนสถานในอารยธรรมขอมบนพื้นที่จังหวัดขอนแก่น สู่การสร้างแอพพลิเคชั่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โดยใช้กระบวนวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสำรวจ แบบสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม โดยการรวบรวมข้อมูลจากเอกสารและภาคสนาม จากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้รู้ ผู้ปฏิบัติ ที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบสถาปัตยกรรมศาสนสถานในอารยธรรมขอมบนพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งประกอบไปด้วย ปราสาทเปือยน้อย กู่แก้ว และกู่ประภาชัย โดยนำมาวิเคราะห์ตามแนวความคิดเกี่ยวกับการสร้างรูปแบบความจริงเสมือนและทฤษฎีการแพร่กระจายทางวัฒนธรรม และนำเสนอด้วยวิธีพรรณนาวิเคราะห์ ผลการศึกษา พบว่า รูปแบบสถาปัตยกรรมของปราสาทเปือยน้อย มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สร้างอยู่ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-17 ซึ่งตรงกับยุคสมัยของรูปแบบศิลปะบาปวนไปจนถึงรูปแบบศิลปะนครวัด ส่วนกู่แก้วและกู่ประภาชัยเป็นอโรคยาศาลที่สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่7 ซึ่งตรงกับช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 รูปแบบสถาปัตยกรรมหลักๆของอโรคยาศาลเป็นแผนผังที่มีความชัดเจนและมีมาตรฐาน เป็นการก่อสร้างที่ได้รับอิทธิพลมาจากส่วนกลาง อาทิมีการวางแผนผังและการวางตำแหน่งองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมทั้ง 5 ส่วนในตำแหน่งเดียวกันหากจะแตกต่างกันที่ขนาดและรายละเอียดอื่นๆเท่านั้น รูปแบบสถาปัตยกรรมดังกล่าวสามารถเปรียบเทียบกับอโรคยาศาลที่อยู่ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน ดังนั้นศาสนสถานดังกล่าวจึงมีความสำคัญต่อการสร้างแอพพลิเคชั่นให้เห็นถึงภาพศาสนสถานที่สมบูรณ์ในอดีตในรูปแบบจำลองแบบเสมือนจริง พบว่า ผลงานการสร้างแอพพลิเคชั่นก่อให้เกิดองค์ความรู้ในการค้นหารูปแบบและเนื้อหาของสถาปัตยกรรมศาสนสถานในอารยธรรมขอมบนพื้นที่จังหวัดขอนแก่น โดยการสร้างแบบจำลองเสมือนจริงช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวและผู้ที่รับชมโบราณสถานมีความรู้ความเข้าใจต่อโบราณสถานมากยิ่งขึ้น และช่วยทำให้โบราณสถานที่ถูกทิ้งร้างนี้กลับมาชีวิตขึ้นมาอีก