พัฒนาการด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของประเทศไทย
คำสำคัญ:
พัฒนาการ, การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์, นักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์บทคัดย่อ
การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และสร้างรายได้จำนวนมากต่อ เศรษฐกิจของประเทศไทย และเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อมิให้เกิดการพึ่งพาการท่องเที่ยวรูปแบบเดิม มากเกินไป บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจยิ่งขึ้นเกี่ยวกับพัฒนาการด้านการท่องเที่ยว เชิงการแพทย์ของประเทศไทย ซึ่งขับเคลื่อนโดยภาครัฐและเอกชน ผลการศึกษาพบว่าพัฒนาการ ด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของประเทศไทยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงเวลาสำคัญคือ ในช่วง เวลาแรก ช่วงก่อนปี 1997 ช่วงนี้การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ยังคงเป็นกลุ่มตลาดขนาดเล็ก ที่มี ความต้องการทางด้านศัลยกรรมเฉพาะทาง และในช่วงเวลาดังกล่าวภาครัฐยังมิได้มีบทบาทชัดเจน ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ช่วงเวลาที่สอง ช่วงระหว่างปี 1997 – 2010 สืบเนื่องจาก วิกฤติเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ส่งผลให้สถานพยาบาล และโรงพยาบาลเอกชนจำเป็นต้องหาราย ได้จากนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เพื่อมาทดแทนรายได้ที่ลดลงของตลาดภายในประเทศ ภาครัฐเอง ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการกำหนดนโยบายส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว เชิงการแพทย์ของเอเชีย แต่จากการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ และช่วงเวลาปัจจุบัน ช่วงระหว่างปี 2010 – ปัจจุบัน ภาครัฐ เอกชน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยต่างแสดงบทบาท เชิงรุกในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามประเด็น ปัญหาเกี่ยวกับการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ และความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงบริการ ทางการแพทย์ ยังมิได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
