การวิเคราะห์ภาษาในโฆษณาเสื้อผ้า
คำสำคัญ:
ยูนิโคล, เอชแอนด์เอ็ม, ใบปลิวออนไลน์, โฆษณาเสื้อผ้า, ทฤษฏีสภาวะเกิดก่อนบทคัดย่อ
บทความงานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาสาเหตุที่ทำให้เอชแอนด์เอ็มมียอดขาย เสื้อผ้าสูงกว่ายูนิโคลระหว่างปีพุทธศักราช 2554-2557 โดยมีคำถามวิจัย 3 ข้อดังนี้ 1) ภาษาที่ ใช้ในโฆษณาใบปลิวออนไลน์ของยูนิโคลและเอชแอนด์เอ็มสามารถชักจูงการตัดสินใจซื้อของลูกค้า หรือไม่ 2) ภาษาโฆษณาสามารถชักจูงการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอย่างไร และ 3) ความแตกต่าง ทางด้านภาษาที่ใช้ในโฆษณาใบปลิวออนไลน์ของทั้งสองยี่ห้อมีอะไรบ้าง โดยศึกษาจากใบปลิว โฆษณาออนไลน์ของยูนิโคลและเอชแอนด์เอ็มที่ถูกเผยแพร่ระหว่างปีพุทธศักราช 2554-2557 จากคลังข้อมูลย้อนหลังของเว็บไซต์ (https://www.archive.org) จำนวน 50 คู่ แล้วนำมา วิเคราะห์ด้วยทฤษฏีสภาวะเกิดก่อน (presupposition) ซึ่งมีทั้งหมด 6 วิธี แต่ผู้วิจัยเลือก 1 วิธี ที่เรียกว่า existential presupposition หมายถึง ข้อสมมุติร่วมระหว่างผู้ทำโฆษณาและผู้อ่าน โฆษณา ซึ่งมีวิธีการตีความภาษาด้วยการใช้การอนุมานระดับต่ำ ประกอบด้วยคำเหล่านี้ the, this, these, your, our และการใช้ not ทดสอบสภาวะเกิดก่อนของภาษาโฆษณา ผลการวิเคราะห์ข้อมูลสรุปได้ว่า ภาษาที่ใช้ในการโฆษณาของทั้งสองยี่ห้อมีอิทธิพลต่อ ลูกค้าในการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ เนื่องจากภาษาโฆษณาของทั้งสองยี่ห้อมีข้อสมมุติร่วมระหว่าง ผู้ทำโฆษณากับผู้อ่านโฆษณา อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า ยูนิโคลมีข้อสมมุติร่วมมากกว่าเอชแอนด์ เอ็มและเน้นการใช้ภาษาที่แสดงให้เห็นถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดูธรรมดาและคงคุณภาพของ ผลิตภัณฑ์ แต่ภาษาโฆษณาของยูนิโคลไม่สามารถชักจูงลูกค้าให้ซื้อผลิตภัณฑ์ได้มากกว่าเอชแอนด์ เอ็ม ทั้งนี้อาจเป็นได้ว่าภาษาโฆษณาของเอชแอนด์เอ็มมีความแตกต่างจากยูนิโคล กล่าวคือมีการ ใช้คำคุณศัพท์อธิบายรายละเอียดเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็น แฟชั่นที่ล้าสมัยกับกลุ่มลูกค้าอายุระหว่าง 15 และ 40 ปี ซึ่งชอบการออบแบบที่ล้าสมัยและดึงดูด ใจมากกว่าการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดูธรรมดาและมีคุณภาพของยูนิโคล นอกจากนี้ ผลการ วิเคราะห์ยังสะท้อนให้เห็นถึง เอกลักษณ์ของรูปแบบผลิตภัณเสื้อผ้าแต่ละยี่ห้อและบอกนัยได้ว่า ลูกค้าในช่วงอายุเหล่านี้ชื่นชอบการออกแบบล้าสมัยและดึงดูดใจมากกว่าการออกแบบที่ ดูธรรมดาและมีคุณภาพของผลิตภัณฑ์
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
