การมีส่วนร่วมของประชาชนในการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ:
กรณีศึกษา โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3
คำสำคัญ:
การมีส่วนร่วมของประชาชน, การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ, ท่าเทียบเรือ, ผู้มีส่วนได้เสียบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนในการวิเคราะห์ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กรณีศึกษาโครงการพัฒนาท่าเทียบเรือ แหลมฉบัง ระยะที่ 3 โดยใช้ระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพในการสัมภาษณ์เชิงลึกและการสังเกตการณ์ เป็นเครื่องมือในการเก็บรวมรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้ที่มีส่วนได้เสีย และร่วมศึกษาจากเอกสารของหน่วยงานราชการ และบริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ผลการศึกษากระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตามกรอบการประเมินพบว่าพื้นที่โครงการตั้งอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจและศูนย์กลางความหลากหลายชีวภาพทางทะเล ในส่วนของกฎหมายยังมีช่องว่างในทางปฏิบัติทำให้กระบวนการมีส่วนร่วมดังกล่าวไม่สามารถบรรลุเจตนารมณ์ที่แท้จริง นอกจากนี้ประชาชนยังมีอุปสรรคในการได้รับข้อมูล ซึ่งอาจไม่พอเพียงต่อกระบวนการตัดสินใจ เนื่องจากข้อมูลที่โครงการนำเสนอแก่ประชาชนเป็นข้อมูลด้านเดียว ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ในส่วนของรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พบว่าแนวทางในการพัฒนาการมีส่วนร่วมฯของโครงการให้ประสบความสำเร็จ ภาครัฐควรมีความโปร่งใสในการดำเนินงาน รับฟังความคิดเห็นของประชาชนตั้งแต่เริ่มกระบวนการ เพื่อให้ทราบความต้องการของคนในพื้นที่ และในส่วนของภาคประชาชนควรเปิดใจรับฟังข้อมูลทั้งด้านบวกและลบอย่างไม่มีอคติ
เอกสารอ้างอิง
ผู้อำนวยการส่วนสิ่งแวดล้อมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี. (12 มกราคม 2562).
สัมภาษณ์.
ผู้นำชุมชน หมู่ 9 เทศบ้านแหลมฉบัง. (15 มกราคม 2562). สัมภาษณ์.
ประชาชนท่านที่ 5 เทศบาลบ้านแหลมฉบัง. (18 มกราคม 2562) .สัมภาษณ์.
Beierle, T.C., & Cayford, J. (2002). Democracy in Practice : Public Participation in
Environmental Decisions. Washington DC: Resources for the Future.
Chompunth, C. (2013). Good governance and public participation in decision-making process of
development project. Journal of environmental management, 9(1), 85-106.
Fakkum, S. (2013). Environmental and Health ImpactAssessment System in Thailand. (Master’s
independent study report). National Institute of Development Administration, Bangkok.
Khorpornprasert, B. (2011). The approach to develop transparency standard of government
organizations. Journal of management sciences, 28(1), 33-48.
Phoochinda, W. (2012). Measures for Sustainable Energy Planning of the Community in
Thailand. Journal of environmental management, 8(2), 75-87.
Poboon,C. (2011). Environmental project management (4th ed.). Bangkok: Tippanet printing.
Phoochinda, W. (2012). Measures for Sustainable Energy Planning of the Community
in Thailand. Journal of environmental management, 8(2), 75-87.
Fuangchoonuch, M. & Chompunth, C. (2017). A Public Participation in Environmental Health
Impact Assessment: A Case Study of Krabi Power Plant Expansion Project. Journal of
Community Development Research(Humanities and Social Sciences), 2017; (10).
Srisawaluck, E., Rikshasuta, T., & Narkwiboonwong, W. (2001). Legal Framework for Local
Administration(Research report). Bangkok: The Thailand Research Fund.
Stufflebeam, D.L. (Ed). (1983). Evaluation Model: Viewpoints on Education and Human Services
Evaluation. Boston: Kluwer-Nijhoff Publishing.
Thailand Environment Institute. (2002). The decentralization and environmental management:
Public participation and local capacity building. Nonthaburi: Denfah printing.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
