กระบวนการสร้างชุดแบบฝึกเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของเสียง ในการกล่าวสุนทรพจน์ภาษาไทยสำหรับนักศึกษาจีน
คำสำคัญ:
สุนทรพจน์, ประสิทธิภาพของเสียง, แบบฝึกบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรายงานกระบวนการสร้างชุดแบบฝึกพัฒนาประสิทธิภาพของเสียงในการกล่าวสุนทรพจน์ภาษาไทยสำหรับนักศึกษาจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาจีน 30 คน เครื่องมือที่ใช้วิจัยคือชุดแบบฝึกและแบบทดสอบ นำผลที่ได้มาหาประสิทธิภาพ E1/E2 และ ค่า t-test
ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการสร้างชุดแบบฝึกประกอบด้วย 7 ขั้นตอน คือ 1) ศึกษาข้อบกพร่องเกี่ยวกับเสียงพูด 2) กำหนดหัวข้อของชุดแบบฝึก 3) ศึกษาหลักการใช้เสียง 4) คัดเลือกและเรียบเรียงตัวอย่าง 5) จัดทำคู่มือการใช้ 6) ตรวจสอบคุณภาพ และ 7) หาค่าประสิทธิภาพ ซึ่งกระบวนการสร้างชุดแบบฝึกดังกล่าวทำให้ได้ชุดแบบฝึกที่มีประสิทธิภาพ 91.17/80.83 และเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงเหมาะสมที่จะนำมาใช้แก้ไขข้อบกพร่องและพัฒนาเสียงพูดของผู้เรียนต่างชาติ
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา ปราศรัย. (2557). การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านออกเสียงภาษาไทย มาตราแม่กก แม่กน แม่กดสำหรับนักเรียนชาวไทยภูเขา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านรักแผ่นดิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เชียงราย เขต 4. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, เชียงราย.
จิตรลดาวรรณ ศรีสุนทรไท. (2558). การสร้างแบบฝึกการอ่านออกเสียงพยัญชนะท้ายภาษาไทยสำหรับนักศึกษาจีน. เชียงราย: มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.
ชนิกา คำพุฒ. (2545). การศึกษาการใช้ภาษาไทยของนักศึกษาจีนวิชาเอกภาษาไทยชั้นปีที่ 4 สถาบันชนชาติยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
ฐิติกานต์ แก้ววิเศษ. (2556). การออกแบบแบบฝึกอ่านออกเสียงสำหรับนักศึกษาจีนที่เรียนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ณิรดา เวชญาลักษณ์. (2562). หลักการจัดการเรียนรู้ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปานใจ สุภาพ, และชุติธร สุภาพ. (2549). แนวทางและตัวอย่างการพูดในโอกาสต่าง ๆ (พิมพ์ครั้งที่ 3).กรุงเทพมหานคร: ธรรมสภา.
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน. (2551). คู่มือการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน.
มาลินี จุฑะรพ. (2541). จิตวิทยาการเรียนการสอน (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: อักษราพิพัฒน์.
ยีหลิง เหวย. (2555). การวิเคราะห์ข้อผิดพลาดการออกเสียงภาษาไทย: กรณีศึกษานักศึกษาจีนที่ใช้ภาษาจีนกลางและภาษาจีนกวางตุ้งเป็นภาษาแม่. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เชียงใหม่.
วันดี ชวดนุช. (2549). การพูดในอาชีพสื่อมวลชน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
วิไล ธรรมวาจา. (2561). การศึกษาปัญหาการกล่าวสุนทรพจน์ภาษาไทยของนักศึกษาจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. สมุทรปราการ: มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ.
สวนิต ยมาภัย และถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์. (2547). หลักการพูด หน้าที่ชุมนุมชน สื่อมวลชน และในองค์กร. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สวัสดิการกรมประชาสัมพันธ์. (2546). คู่มือสอบผู้ประกาศ ฉบับปรับปรุงใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร :กรมประชาสัมพันธ์.
สำเนียง มณีกาญจน์, และสมบัติ จำปาเงิน (ผู้เรียบเรียง). (2552). หลักการพูด (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร: บริษัท สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง จำกัด.
อนงค์ รุ่งแจ้ง. (2553). การพูดในที่ชุมนุมชน : เทคนิคและการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: เอ็กซเปอร์เน็ท.
อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2550). หลักการสอน ฉบับปรับปรุง (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์.
เอกนรี แรงสูงเนิน. (2557). แบบฝึกการออกเสียงพยัญชนะต้นเดี่ยวและสระไทยที่เป็นปัญหาสำหรับผู้เรียนชาวญี่ปุ่น. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, กรุงเทพมหานคร.
Yu Nanwang. (2560). การสร้างแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านออกเสียงภาษาไทย มาตราตัวสะกดแม่กง แม่กก แม่กด สำหรับนักศึกษาจีนที่เรียนภาษาไทย ในมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, เชียงราย.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
