Rabab ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผู้แต่ง

  • เกษร เอมโอด วิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

DOI:

https://doi.org/10.14456/lar.2022.24

คำสำคัญ:

Rabab, เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ , การแพร่กระจาย

บทคัดย่อ

การศึกษา เรื่อง Rabab ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประวัติความเป็นมาและการแพร่กระจายของราบับ (Rabab) ซึ่งเป็นพิณชนิดหนึ่ง ราบับ (Rabab) ได้แพร่กระจายไปทั่วเอเชียตะวันตก เอเชียกลาง เอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราบับ (Rabab) มีลักษณะหลากหลาย อาจมีต้นกำเนิดในอัฟกานิสถาน (จักรวรรดิกาสนาวิยะห์มีศูนย์กลางอยู่ที่กาสนีที่ตั้งอยู่ในอัฟกานิสถานปัจจุบัน) ปรากฏในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย และเป็นที่ยอมรับประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 23 สำหรับราบับ (Rabab) ได้เข้ามาสู่ดนตรีฮินดูสถานในรูปโฉมของ     ซาโรด (Sarod) ในอัฟกานิสถาน ราบับ (Rabab) เป็นเครื่องดนตรีที่มีความโดดเด่นในภูมิภาคนี้ เช่นเดียวกับปากีสถานและแคชเมียร์ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปรากฏหลักฐานว่ามีพิณลูท (Lute) ลักษณะคล้ายคลึงกันกับราบับ (Rabab) ของประเทศอินเดีย เกิดในยุคสมัยที่ใกล้เคียงกัน คือในช่วงราชวงศ์โมริยะและราชวงศ์คุปตะเป็นช่วงที่มีความเคลื่อนไหวในด้านการเมืองการปกครอง การค้าขาย และศาสนาจึงเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายทางศิลปวัฒนธรรม โดยพบที่ประเทศไทย ประเทศเวียดนาม และประเทศอินโดนีเซีย สำหรับประเทศไทยปรากฏหลักฐานประติมากรรมปูนปั้นรูปนักดนตรีดีดพิณในบริเวณภาคกลางที่เมืองโบราณคูบัว จังหวัดราชบุรี ที่พิพิธภัณฑ์จาม ประเทศเวียดนาม และที่มหาสถูปโบโรบูดูร์หรือบุโรพุทโธ ประเทศอินโดนิเซีย

เอกสารอ้างอิง

กรมการศาสนา. (2558). ศาสนาในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: รุ่งศิลป์การพิมพ์.

กำจร สุนพงษ์ศรี. (2558). ประวัติศาสตร์ศิลปะอินเดีย (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เฉลิมศักดิ์ พิกุลศรี. (2535). วัฒนธรรมอินเดียในดนตรีไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมดนตรีไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ดนตรีไทยอุดมศึกษา ครั้งที่ 23. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

เฉลิมศักดิ์ พิกุลศรี. (2548). ดนตรีอินเดีย. กรุงเทพมหานคร: แอคทีฟ พริ้นท์ จำกัด.

ฮอลล์ ดี.จี.อี. (2526). ประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เล่ม 1 [A History of South-East Asia] (วรุณยุพา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา และคณะ, แปล). กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.

ธนิต อยู่โพธิ์. (2498). ดนตรีในพระธรรมวินัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์พระจันทร์.

พูนพิศ อมาตกุล. (2535). ภาพรวมของดนตรีในกลุ่มประเทศเอเชียอาคเนย์. ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมดนตรีไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้: ดนตรีไทยอุดมศึกษา ครั้งที่ 23. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

เมชฌ สอดส่องกฤษ. (2554). ดนตรีจีนและเพลงจีน. อุบลราชธานี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.

วัลภา ขวัญยืน พัชรินทร์ ศุขประมูล และ แสงจันทร์ ไตรเกษม (ผู้เรียบเรียง). (2535). ดุริยางค์ผสานศิลป์. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้งกรุ๊พ.

สุจิตต์ วงษ์เทศ. (2549). สุวรรณภูมิต้นกระแสประวัติศาสตร์ไทย. กรุงเทพมหานคร: มติชน.

สุภัทรดิศ ดิสกุล, หม่อมเจ้า. (2553). ประวัติศาสตร์เวียดนาม (พิมพ์ครั้งที่ 6). นนทบุรี: มติชนปากเกร็ด.

เหรียญกษาปณ์เเละเงินตราโบราณ.(2555). เงินอาณาจักรทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12-16). ค้นคืนจาก http://skyline2526.blogspot.com/2012/12/12-16.html.

อมรา ศรีสุชาติ (ผู้เรียบเรียง). (2557). ศรีวิชัยในสุวรรณทวีป. กรุงเทพมหานคร: รุ่งศิลป์การพิมพ์.

อาณัติ อนันตภาค. (2558). ประวัติศาสตร์เวียดนาม. กรุงเทพมหานคร: วิชั่น พรีเพรส.

Miner, A. (1997). Sitar and Sarod in the 18th and 19th Centuries. Delhi: St. Motil Banarsidass Publishers Private Limited.

Morton, D. (1976). The Traditional Music of Thailand. Oakland, CA: University of California Press.

Tamori, M. (2008). The Transformation of Sarod Gharana: Transmitting Musical Property in Hindustani Music. SENRI ETHNOLOGICAL STUDIES, 71, 169-202. Doi: 10.15021/00002617

Trần Kỳ Phương, Võ Văn Thắng and Peter D. Sharrock. (2018). Vibrancy in Stone: Masterpieces of the Danang Museum of Cham Sculpture. 1st ed. Thailand. Sirivatana Interprint Public Co., Ltd.

Tripadvisor. Ajanta, india. [Image on internet]. (2017). [updated 2017 April; cited 2022 October 14]. Retrieved from https://shorturl.asia/5LcQj.

Unesco. Exploring Borobudur World Heritage Site through Music [Internet]. (2021). [updated 2021 July 5; cited 2021 September 2]. Retrieved from https://bit.ly/32TcbcD.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2022-12-19

รูปแบบการอ้างอิง

เอมโอด เ. (2022). Rabab ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้. วารสารศิลปศาสตร์วิชาการและวิจัย (ออนไลน์), 17(2), 243–256. https://doi.org/10.14456/lar.2022.24

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ