การท่องเที่ยวอาบป่า ความหมาย คุณค่า และประโยชน์ในบริบทของประเทศไทย
DOI:
https://doi.org/10.14456/lar.2022.15คำสำคัญ:
การอาบป่า , การท่องเที่ยวอาบป่า , คุณค่าและประโยชน์ของการอาบป่าบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหมาย คุณค่า และประโยชน์ของการอาบป่าที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในบริบทของประเทศไทย เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับกิจกรรมอาบป่า 12 ราย จัดประชุมระดมสมองร่วมกับผู้แทนจากหน่วยงานที่มีประสบการณ์และสนใจเกี่ยวกับกิจกรรมอาบป่า 53 ราย ในรูปแบบออนไลน์ วิเคราะห์ผลโดยการจัดกลุ่มสังเคราะห์ และบูรณาการข้อมูล เพื่อสร้างข้อสรุป ด้านความหมาย คุณค่า และประโยชน์ของการอาบป่าที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวสำหรับประเทศไทยผลการวิจัยพบว่า 1) การท่องเที่ยวอาบป่า หมายถึง การท่องเที่ยวที่นำการอาบป่ามาเป็นกิจกรรมหลักตามความสนใจเฉพาะ หรือผสมผสานร่วมกับการท่องเที่ยวทางเลือกผ่านกระบวนการจัดการด้านความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว 2) การอาบป่ามีคุณค่าทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่สามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวได้หลายมิติ เช่น รูปแบบ/แนวคิดใหม่ทางธุรกิจท่องเที่ยว เส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในรูปแบบอื่นๆ ตลอดจนสร้างรายได้และอาชีพเสริมให้กับชุมชน และ 3) การอาบป่ามีประโยชน์ทั้งในระดับบุคคล ได้แก่ ผู้จัดกิจกรรมและกระบวนกรอาบป่า และผู้ร่วมกิจกรรมอาบป่า และระดับชุมชน/สังคมที่ส่งเสริมให้เกิดความตระหนักและเห็นถึงคุณค่าในการอนุรักษ์และดูแลรักษาพื้นที่จัดกิจกรรมอาบป่าในชุมชน
เอกสารอ้างอิง
กฤตยา ศรีสรรพกิจ. (2563). เปิดใจให้ธรรมชาติ. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.).
ประพจน์ เภตรากาศ และสมหญิง สุนทรวงษ์. (2564). คู่มือป่าบำบัด. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ.
ยามาโมโตะ ทัตสึทากะ. (2564). โรคขาดธรรมชาติ. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิโกมลคีมทอง.
ริชาร์ด ลุฟว์. (2563). เด็กคนสุดท้ายในป่า เลี้ยงลูกอย่างไรให้ห่างโรคขาดธรรมชาติ. กรุงเทพมหานคร: สวนเงินมีมา.
Airbnb. (2021). Meaningful vacations with family and friends to define Thai travel in 2021. Retrieved from https://news.airbnb.com/th/thai-travel-trends-2021/.
Komppula, R., Konu, H., and Vikman, N. (2017). Listening to the Sounds of Silence: Forest based Wellbeing Tourism in Finland. In Book: Nature Tourism. Editors: Joseph S. Chen and Nina K. Prebensen. Retrieved from https://bit.ly/2Rwuhsh.
Kotte, D., Li, Q., Shin, W. S., and Michalsen, A. (2019). International Handbook of Forest Therapy. Newcastle-upon-Tyne: Cambridge Scholars Publisher.
Li, Q. (2018). Shinrin-Yoku: The Art and Science of Forest-Bathing. London: Penguin Life.
Li, Q., Morimoto, K., Nakadai, A., Inagaki, I., Katsumata, M., Shimizu, T., Hirata, Y., Hirata, K., Suzuki, H., Miyazaki, Y., Kagawa, T., Koyama, Y., Orira, T., Takayama, N., Krensky, A. M., and Kawada, T. (2007). Forest Bathing Enhances Human Natural Killer Activity and Expression of Anti-Cancer Proteins. International Journal of Immunopathology Pharmacology. 20(2Suppl2): 3-8.
Liu, L., Ye, B., Zhang, Z., and Gao, Y. (2019). The Origin and Development of Chinese Forest Therapy. In Book: International Handbooks of Forest Therapy. Editors: Dieter Kotte, Quing Li, Won Sop Shin, and Andreas Michalsen. Cambridge Scholars Publishing.
Markov, S., Steckenbauer, G. C., Pillmayer, M., and Herntrei, M. (2019). Austria: The forest as a tourist landscape (Chapter 4–International Approaches in Forest Therapy). In International Handbook of Forest Therapy. Kotte, D., Ed.; Cambridge Scholars Publishing: Newcastle upon Tyne, UK, 2019.
Miyazaki, Y. (2018). Shinrin-Yoku: The Japanese Way of Forest Bathing for Health and Relaxation. London: Aster.
Ohe, Y., Ikei, G., Song, C., and Miyazaki, Y. (2017). Evaluating the Relaxation Effects of Emerging Forest-Therapy Tourism: A multidisciplinary approach. Tourism Management. 62.
Song, C., Ikei, H., and Miyazaki, Y. (2016). Physiological Effect of Nature Therapy: A review of the research In Japan. International Journal of Environmental Research and Public Health. 13(8).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 ศิลปศาสตร์ปริทัศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
