ความสัมพันธ์ระหว่างผังสถาปัตยกรรมวัดราชโอรสารามกับวรรณกรรมพุทธมหายานไซอิ๋ว

ผู้แต่ง

  • วชิรวิชญ์ ตั้งธนานุวัฒน์ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

DOI:

https://doi.org/10.14456/lar.2023.16

คำสำคัญ:

ราชโอรสาราม , ไซอิ๋ว, มหายาน, การสืบสวนทางสถาปัตยกรรม , ประติมานวิทยา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผังสถาปัตยกรรมในวัดราชโอรสารามกับวรรณกรรมมหายานไซอิ๋ว โดยใช้เทคนิคสืบสวนทางสถาปัตยกรรมและประติมานวิทยา พบว่าทั้งส่วนพระอุโบสถ ประติมากรรมศิลาทั้งสาม เจดีย์ราย วิหารพระพุทธไสยาสน์ วิหารพระยืนและศาลาการเปรียญล้วนมีความสัมพันธ์กับเนื้อเรื่องในวรรณกรรมไซอิ๋ว เมื่อวิเคราะห์พระปฏิมาประธานทั้งสี่ตามหลักตรีกายและประติมานวิทยาพบว่า พระปฏิมาคู่ด้านในแนวกำแพงแก้ว; พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ในวิหารทิศตะวันตกเป็นสัญลักษณ์ของพระอมิตาภพุทธเจ้าในสภาวะสัมโภคกายคู่กับพระพุทธอนันตคุณในพระอุโบสถสัญลักษณ์ของพระศากยมุนีพุทธเจ้าในสภาวะนิรมานกาย พระปฏิมาคู่ด้านนอกแนวกำแพงแก้ว; พระยืนองค์ใหญ่ปางอภัยมุทราในวิหารทิศเหนือเป็นสัญลักษณ์ของพระอโมฆสิทธิพุทธเจ้าในสภาวะสัมโภคกาย คู่กับพระพุทธชัยสิทธิธรรมนาทในศาลาการเปรียญเป็นสัญลักษณ์ของพระศรีอาริยเมตไตรยพุทธเจ้าในสภาวะนิรมานกาย จากการวิจัยสรุปได้ว่า ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 3 ตั้งพระราชหฤทัยนำพระปฏิมาประธานตามลัทธิพุทธฝ่ายเถรวาทที่รังสรรค์ด้วยศิลปะแบบไทยประเพณีทั้ง 4 องค์ แต่แฝงความหมายสื่อถึงพระธยานิพุทธและพระมานุษิพุทธตามหลักความเชื่อพุทธฝ่ายมหายาน รวมถึงนำเรื่องราวในวรรณคดีพุทธมหายานไซอิ๋วมาใช้ในการออกแบบตกแต่งวัดราชโอรสารามด้วย

เอกสารอ้างอิง

กรมศิลปากร. (2479). ประชุมพระราชปุจฉา ภาคปกิรณกะ. กรุงเทพมหานคร: ศรีหงส์.

กรมศิลปากร. (2565). เรื่องอนัมนิกายในสยาม. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับบิชชิ่ง. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร. (ม.ป.ป.). ประติมากรรมนาค 7 เศียร. ค้นคืนจาก https://www.finearts.go.th/museumbangkok/view/37721-ประติมากรรมนาค-๗-เศียร.

จรัสศรี จิรภาส. (2564). 11 ทศวรรษบันเทิงคดีไซอิ๋วสิ่งพิมพ์และวิธีวิทยาจำแนกชนิดสิ่งพิมพ์และงานแปล: ศึกษาภายใต้ กระบวนทัศน์การแพร่กระจายวรรณกรรมและวรรณกรรมกับการแปล. ศิลปศาสตร์ปริทัศน์, 16(1), 205-226.

เชษฐ์ ติงสัญชลี. (2565). มุทรา ท่าทาง เครื่องทรง สิ่งของ รูปเคารพในศาสนาพุทธ เชน ฮินดู นนทบุรี: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.

ธนิต อยู่โพธิ์. (2504). ตำนานวัดราชโอรสาราม. กรุงเทพมหานคร: กรมศิลปากร.

พระมหาโกเมศ เขมธฺโม. (2525). วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร. กรุงเทพมหานคร: กราฟิคอาร์ต.

ราชบัณฑิตยสภา. (2470). อธิบายว่าด้วยหอพระสมุดวชิรญาณแลพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร. พระนคร: โสภณพิพรรฒธนากร.

วชิรวิชญ์ ตั้งธนานุวัฒน์. (2564). การตีีความสัญลักษณ์สัตว์ทั้งสี่และประติมากรรมอื่นรอบพระเจดีย์วัดบวรนิเวศวิหารใหม่ ตามวรรณกรรมไซอิ๋ว. ดำรงวิชาการ, 21(2), 245-264.

วัดราชโอรสาราม. (2549). วัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร. กรุงเทพมหานคร: วัดราชโอรสาราม.

วิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์. (2559). ไซอิ๋ว บันทึกทัศนาจรชมพูทวีป (เล่มที่ 1-4). กรุงเทพมหานคร: ต้นไม้.

สิริเดช วังกรานต์. (2559). การศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมวิหารพระนอนปางสีหไสยาสมัยต้นรัตนโกสินทร์ถึงสมัยรัชกาลที่ 4. หน้าจั่ว, 13, 260-295.

สำนักศิลปากรที่ 5. (2555). พระศรีอริยเมตไตรย: แนวคิด คติความเชื่อ และรูปแบบประติมากรรม. ปราจีนบุรี: ธุรการเจริญกิจ.

โหง่วเส่งอึง. (2547). ไซอิ๋ว พงศาวดารจีน. นนทบุรี: ศรีปัญญา.

อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช. (2547). อิทธิพลศิลปะจีนในงานจิตรกรรมแบบนอกอย่างสมัยรัชกาลที่ 3 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร, กรุงเทพมหานคร.

อภิเษก เทพคุณ. (2535). การศึกษาศิลปกรรมแบบพระราชนิยมในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ วัดราชโอรสารามราชวรวิหาร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร, กรุงเทพมหานคร.

Edmund, R. (1837). Embassy to the Eastern Courts of Cochin-China, Siam, and Muscat In the U. S. Sloop-of-war Peacock, David Geisinger, Commander, During the Years 1832-3-4. New York: Harper & Brothers.

Travis, C. M. (1995). Understanding Old Buildings: The Process of Architectural Investigation. Washington: Heritage Preservation Services.

Williams, C. A. S. (2006). Chinese Symbolism and Art Motifs (4th edition). Singapore: Tuttle Publishing.

Wu, C. E. (2012). The journey to the West (Vol. 1-4). Chicago: University of Chicago Press.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-12-20

รูปแบบการอ้างอิง

ตั้งธนานุวัฒน์ ว. . (2023). ความสัมพันธ์ระหว่างผังสถาปัตยกรรมวัดราชโอรสารามกับวรรณกรรมพุทธมหายานไซอิ๋ว. วารสารศิลปศาสตร์วิชาการและวิจัย (ออนไลน์), 18(2), 124–144. https://doi.org/10.14456/lar.2023.16

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย