การใช้วัจนภาษาและอวัจนภาษาเพื่อการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม: กรณีศึกษางานวิเทศสัมพันธ์ ระหว่างมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติกับสถาบันอุดมศึกษาในสาธารณรัฐประชาชนจีน
DOI:
https://doi.org/10.14456/arjla.2024.3คำสำคัญ:
การใช้วัจนภาษาและอวัจนภาษา , การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม , งานวิเทศสัมพันธ์ , มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ , สถาบันอุดมศึกษาในสาธารณรัฐประชาชนจีนบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์การใช้วัจนภาษาและอวัจนภาษาเพื่อการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมด้านงานวิเทศสัมพันธ์ในสถานการณ์ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติกับสถาบันอุดมศึกษาในสาธารณรัฐประชาชนจีน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านวิเทศสัมพันธ์ 24 คน จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ 5 คน และจากสถาบันอุดมศึกษาในสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวฯ 11 แห่ง 19 คน ผลการวิจัยพบว่า ด้านการใช้วัจนภาษามี 3 ประเด็น คือ 1) การใช้คำศัพท์เฉพาะงานวิเทศสัมพันธ์ เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในวงการการศึกษาและเกี่ยวข้องกับงานต่างประเทศ 2) การใช้คำเรียกชื่อหรือการใช้สรรพนาม ควรให้ความสำคัญเรื่องตำแหน่งงาน ตำแหน่งทางวิชาการหรือวุฒิการศึกษา ควรเรียกตามธรรมเนียมของอีกฝ่ายเพื่อแสดงความเคารพ และ 3) ภาษาที่ใช้ในการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมเป็นภาษาจีนกับภาษาไทยเป็นหลัก และมีเอกสารบางส่วนเป็นภาษาอังกฤษ ด้านการใช้อวัจนภาษามี 6 ประเด็น คือ 1) มารยาทการทักทาย มีการแนะนำตัวตามลำดับ แลกนามบัตร ไหว้ จับมือ ยิ้ม และพยักหน้าเบา ๆ 2) การแต่งกาย ควรแต่งกายสุภาพเป็นทางการ หรือสวมใส่ชุดประจำชาติ 3) การใช้สีหน้า เหมาะกับสถานการณ์ 4) การจัดที่นั่งในที่ประชุมฝ่ายไทยนิยมให้ประธานนั่งหัวโต๊ะ ฝ่ายจีนนิยมให้ประธานนั่งกลางโต๊ะและหันหน้าชนกัน 5) การใช้สัญลักษณ์ ทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการใช้ชื่อและโลโก้ประจำสถาบันในโอกาสต่าง ๆ และ 6) ของที่ระลึกมักเลือกของที่แสดงถึงความเป็นสถาบัน เมือง หรือประเทศชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรให้ความสำคัญในการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมด้านงานวิเทศสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน
เอกสารอ้างอิง
จันทิมา พงษ์พันธุ์. (2548). การสื่อสารเชิงวัจนภาษา (ภาษาพูด) ผ่านรูปแบบการสื่อสารแบบรวบรัด กรณีศึกษา ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจตลาดประมูลสินค้า และธุรกิจการบินระหว่างประเทศ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, กรุงเทพมหานคร.
จิราภรณ์ สมิธ และพฤกษพรรณ บรรเทาทุกข์ (2559). การศึกษาปัญหาการใช้ภาษาอังกฤษในบริบทการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมระหว่างเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและชาวต่างชาติ. วารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม, 2(8), 46-57.
ฉันทัส ทองช่วย. (2543-2544). งานวิเทศสัมพันธ์เป็นงานสำคัญของคณะมนุษศาสตร์และสังคมศาสตร์. วารสารปาริชาติ, 13(2), 3-5.
นริศรา เกตวัลห์ และคณะ. (2564). ภาษาไทยกับการสื่อสาร. กรุงเทพมหานคร: สาขาวิชาภาษาและวัฒนธรรมไทย คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ.
มัทณศิลป์ วงศ์จันทร์. (2562). การรับรู้ปัญหาการสื่อสารและกลวิธีการสื่อสารที่ผู้ขายคนไทยใช้ในการสื่อสารกับนักท่องเที่ยวที่พูดภาษาอังกฤษในจังหวัดเชียงใหม่ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยพะเยา, พะเยา.
เมตตา วิวัฒนานุกูล (กฤตวิทย์). (2559). การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิไล ธรรมวาจา. (2564). การศึกษาระดับความรู้ความเข้าใจและปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้วัฒนธรรมไทยของนักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวจีนมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. วารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์,16(2), 1-17.
หวง ซืออี้ (2560). การเรียนการสอนและสื่อการเรียนการสอนการอ่านข่าวบนพื้นฐานการสื่อสารข้ามวัฒนธรรม. วารสารจีนศึกษา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 10(2), 225-256.
Yuan, X. Y. (2015). The manifestation of the differences between Chinese and Western cultures in cross-cultural communication.
Scientific Chinese, (10X), 195.
Zu, X. M. (2015). Intercultural Communication. Beijing: Foreign Language Teaching and Research Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 ศิลปศาสตร์ปริทัศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
