การศึกษาลักษณะทางกลสัทศาสตร์เสียงวรรณยุกต์ภาษาไทยของนักศึกษาชาวจีน สาขาวิชาภาษาไทย สถาบันผู่เจียงแห่งมหาวิทยาลัยอุตสาหกรรมนานกิง สาธารณรัฐประชาชนจีน
DOI:
https://doi.org/10.14456/arjla.2024.7คำสำคัญ:
วรรณยุกต์ภาษาไทย , กลสัทศาสตร์ , นักศึกษาชาวจีน , ค่าความถี่มูลฐาน , ค่าเซมิโทนบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เน้นการวิเคราะห์ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของวรรณยุกต์ภาษาไทยกรุงเทพฯ ที่ออกเสียงโดยนักศึกษาชาวจีน สาขาวิชาภาษาไทย สถาบันผู่เจียงแห่งมหาวิทยาลัยอุตสาหกรรมนานกิง จำนวน 20 คน โดยใช้ชุดคำทดสอบวรรณยุกต์ 5 หน่วยเสียง ในบริบทพยัญชนะต้นแตกต่างกัน ทั้งที่ปรากฏในพยางค์เป็นและพยางค์ตาย รวม 25 คำทดสอบ โดยวิเคราะห์ค่าความถี่มูลฐาน (F0) ของวรรณยุกต์ด้วยโปรแกรมการวิเคราะห์เสียงพราท (Praat) เวอร์ชั่น 6.1.29 ผลจากการวิจัยพบว่า นักศึกษาชาวจีนทั้ง 4 ชั้นปี ออกเสียงวรรณยุกต์คงระดับคือ วรรณยุกต์สามัญและวรรณยุกต์เอกได้ใกล้เคียงกับค่ามาตรฐาน โดยส่วนใหญ่มีค่าสัทวรรณยุกต์สามัญ [32] และค่าสัทวรรณยุกต์เอก [21] ตามลำดับ วรรณยุกต์เปลี่ยนระดับ เช่น วรรณยุกต์โทนักศึกษาชาวจีนส่วนใหญ่มีจุดเริ่มต้นวรรณยุกต์ต่ำกว่าค่าระดับมาตรฐาน โดยมีสัทวรรณยุกต์คือ [42], [31] วรรณยุกต์ตรีมีลักษณะการขึ้นตกที่แตกต่างจากค่ามาตรฐานโดยมีค่าสัทวรรณยุกต์คือ [323], [324], [325], [434], และ [435] ซึ่งปรากฏจำนวน 50% ของผู้บอกภาษาทั้งหมด วรรณยุกต์จัตวานักศึกษาชาวจีนส่วนใหญ่ออกเสียงได้ใกล้เคียงกับค่ามาตรฐาน ค่าสัทวรรณยุกต์คือ [212] แต่ปรากฏลักษณะการขึ้นตกที่แตกต่างกับค่ามาตรฐาน โดยมีจุดเริ่มวรรณยุกต์สูงกว่าค่ามาตรฐาน และมีค่าสัทวรรณยุกต์คือ [312], [313], [423] และ [433] ดังนั้นนักศึกษาชาวจีนออกเสียงวรรณยุกต์เปลี่ยนระดับคลาดเคลื่อนจากค่ามาตรฐานเนื่องจากอิทธิพลจากภาษาแม่คือ ภาษาถิ่นซีหนานและภาษาจีนกลาง
เอกสารอ้างอิง
กมลทิพย์ ห่อเพชร. (2544). การเปรียบเทียบเสียงวรรณยุกต์ในคำภาษาไทยมาตรฐานที่พูดโดยกลุ่มชาติพันธุ์ ไทย มลายูและจีนในตำบลสะเดาและตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยทักษิณ, สงขลา.
กาญจนา นาคสกุล. (2541). ระบบเสียงภาษาไทย. กรุงเทพมหานคร: โครงการตำราคณะอักษรศาสตร์ ลำดับที่ 38 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จรัสศรี จิรภาส. (2562). “ศึกษาไทย”และ “ไทยศึกษา” ในประเทศจีน. วารสารภาษาและวัฒนธรรม, 38(2), 95-118.
ชมนาด อินทจามรักษ์. (2560). วรรณยุกต์ภาษาไทยที่ออกเสียงโดยผู้พูดภาษามีวรรณยุกต์และผู้พูดภาษาไม่มีวรรณยุกต์: การศึกษาทางกลสัทศาสตร์. วารสารมนุษยศาสตร์, 20(2), 1-26.
ธนภัทร สินธวาชีวะ. (2552). วรรณยุกต์ภาษาไทยกรุงเทพที่ออกเสียงโดยคนญี่ปุ่น. วารสารภาษาและภาษาศาสตร์, 28(1), 74-90.
ธีระพันธ์ ล. ทองคำ และนิสิตบัณฑิตศึกษา. (2554). เสียงภาษาไทย: การศึกษาทางกลสัทศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ผณินทรา ธีรานนท์. (2563). กลสัทศาสตร์และโสตสัทศาสตร์เสียงวรรณยุกต์ภาษาไทยโดยชาวเวียดนามและชาวกัมพูชา. วารสารภาษาและวัฒนธรรม, 35(1), 81-100.
วิไลลักษณ์ จูวราหะวงศ์. (2543). วรรณยุกต์ภาษาไทยกรุงเทพฯ ที่พูดโดยคนไทย คนแต้จิ๋ว คนซิกข์ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, กรุงเทพมหานคร.
ศรีวิไล พลมณี. (2545). พื้นฐานการสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศุจิณัฐ จิตวิริยานนท์. (2555). การปรับค่าความถี่มูลฐานโดยการแปลงค่าเฮิรตซ์เป็นเซมิโทน: แนวทางในการเสนอผลการวิเคราะห์วรรณยุกต์. The Journal of the Faculty of Arts, 8(2), 19-45.
Henderson, E. J. (1963). The Vowels and Tones of Standard Thai: Acoustical Measurements and Experiments.International Journal of American Linguistics, 28(2), 1-26.
Ding & Rong. (2012). A Course for Mandarin Chinese Pronunciation. Beijing: Peking University Press.
Fang, H. (2021). Study on The Phonetic Variation of Dialects in the transition zone between zhongyuan mandarin and southwest mandarin. Shanghai: Degree of Master in arts Chinese Linguistics and Philosophy Shanghai International Studies University.
Morén, B., & Zsiga, E. (2006). The lexical and post-lexical phonology of Thai tones. Natural Language & Linguistic Theory, 24(1), 113-178.
Teeranon, P. (2020). Thai tones in Chinese students after using the “Tone Application”and their attitudes. Journal of Language and Linguistic Studies, 16(4), 1680-1697.
Thepboriruk, K. (2009). Bangkok Thai Tones Revisited. University of Hawai‘i at Ma ̅noa Working Papers in Linguistics, 40(5), 1-17.
李如龙. (2003). 汉语方言的比较研究.北京:商务印书馆.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 ศิลปศาสตร์ปริทัศน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
