การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างทักษะการผลิตสื่อสร้างสรรค์ จากทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นบางเสาธง สมุทรปราการ
DOI:
https://doi.org/10.14456/arjla.2025.1คำสำคัญ:
หลักสูตรฝึกอบรมสื่อสร้างสรรค์, สื่อสร้างสรรค์, ทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น, บางเสาธงบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างทักษะการผลิตสื่อสร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นบางเสาธง สมุทรปราการ และ 2) ศึกษาผลการใช้และนำเสนอหลักสูตรต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แบ่งการดำเนินการวิจัยเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 สัมภาษณ์ผู้อำนวยการโรงเรียนและสอบถามความต้องการจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรกับครูกลุ่มบางเสาธง โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เพื่อพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม ระยะที่ 2 ศึกษาผลการใช้หลักสูตรกับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนกลุ่มบางเสาธง จำนวน 29 คน และนำเสนอข้อมูลหลักสูตรกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผลการวิจัยระยะที่ 1 พบว่า ผู้อำนวยการต้องการให้พัฒนาหลักสูตรที่เน้นการเรียนรู้ศิลปะ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และประเพณี ให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริง ครูกลุ่มบางเสาธงเห็นว่าควรกำหนดจุดมุ่งหมายให้นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจ มีความรู้และร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมบางเสาธง จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์และสังเคราะห์เป็นหลักสูตรฝึกอบรมประกอบด้วย แนวคิด จุดมุ่งหมายการเรียนรู้ เนื้อหาสาระ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผล โดยหลักสูตรพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด "สื่อสร้างสรรค์จากทุนทางวัฒนธรรม" ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นบางเสาธงกับการสร้างสรรค์สื่อและผลิตภัณฑ์ เพื่อต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดมูลค่าเพิ่มในรูปแบบใหม่ ๆ ตอบสนองต่อบริบทของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล กำหนดจุดมุ่งหมายการเรียนรู้เพื่อสร้างเจตคติที่ดีและมีทักษะการผลิตสื่อสร้างสรรค์จากทุนวัฒนธรรม โดยกำหนดแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 10 กิจกรรม กิจกรรมละ 3 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง ให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับทุนทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ในอำเภอบางเสาธง การเป็นผู้ประกอบการจากทุนทางวัฒนธรรม และฝึกทักษะการผลิตสื่อสร้างสรรค์ จากนั้นนำหลักสูตรไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 3 ท่าน ประเมินความเหมาะสมของหลักสูตร พบว่า ค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.60 ถึง 1.00 การวิจัยระยะที่ 2 ผลการใช้หลักสูตรกับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนกลุ่มบางเสาธง จำนวน 29 คน พบว่า นักเรียนได้สร้างสรรค์สื่อสิ่งพิมพ์ดิจิทัล วีดิทัศน์ ตราสัญลักษณ์ ลวดลาย และผลิตภัณฑ์จากทุนทางวัฒนธรรม ผลการวัดเจคตติต่อท้องถิ่นของนักเรียนภายหลังที่เข้าร่วมฝึกอบรมในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.23) คะแนนประเมินทักษะและผลงานสื่อสร้างสรรค์ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.68) ผู้วิจัยได้นำเสนอหลักสูตรกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียพบว่า ผลการประเมินความเหมาะสมในการนำหลักสูตรฝึกอบรมไปใช้อย่างยั่งยืนอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.85) และคะแนนประเมินความพึงพอใจต่อกิจกรรมประชุมคืนข้อมูลการใช้หลักสูตรภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.90) โดยมีคะแนนประเมินอยู่ในระดับมากที่สุดทุกรายการ
เอกสารอ้างอิง
ชูชัย สมิทธิไกร. (2540). การฝึกอบรมบุคลากรในองค์การ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณี. (2559). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 20). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ยงยุทธ ชูแว่น. (2551). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไทย. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2556). การศึกษาไทย 4.0: การศึกษาเชิงสร้างสรรค์และผลิตภาพ. โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2557). ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ต้องก้าวให้พ้นกับดักของตะวันตก. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
วสันต์ ภัยหลีกลี้. (2562, 22 พฤษภาคม). สื่อสร้างสรรค์. [Facebook post]. ค้นคืนจาก https://.facebook.com/ThaiMediaFundOfficial/posts/1206805636160799/.
วิชัย วงษ์ใหญ่. (2537). กระบวนการพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนภาคปฏิบัติ. สุวีริยาสาส์น.
ศิวพล สุวิทยาอนนท์. (2553). แนวทางการประสานการพัฒนาทางด้านกายภาพของย่านที่อยู่อาศัยชานเมืองกรุงเทพมหานคร กรณีศึกษาแขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ. [วิทยานิพนธ์การวางแผนภาคและเมืองมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Intellectual Repository (CUIR). http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/20269.
สมชาติ กิจยรรยง. (2545). เทคนิคการเป็นวิทยากรฝึกอบรม. (พิมพ์ครั้งที่ 2). มัลติอินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี.
สหวัฒน์ แน่นหนา. (ม.ป.ป.). การเพิ่มมูลค่าให้แก่ทุนทางวัฒนธรรม. https://finearts.go.th/promotion/view/7297.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย. (ม.ป.ป.). นโยบายและยุทธศาสตร์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (พ.ศ.2560-2564). https://www.ocac.go.th/wp-content/uploads/2021/09/แผนยุท-60-64.pdf.
ออมสิน จตุพร และ อมรรัตน์ วัฒนาธร. (2558). แนวคิดการศึกษาอิงสถานที่: การพัฒนาความเป็นพลเมืองดีให้แก่เยาวชนโดยใช้บริบทชุมชนท้องถิ่นเป็นฐาน. วารสารสงขลานครินทร์ ฉบับสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 21(1), 81-112.
Best, J. W. (1981). Research in Education. (4th ed.). Prentice Hall.
Delors, J., Al Mufti, I., Amagi, I., Carneiro, R., Chung, F., Geremek, B., Gorham, W., Kornhauser, A., Manley, M., Padron, Q. M., Savane, M.
A., Singh, K. Stavenhagen, R., Myong, W. S., & Zhou, N. (1996). Learning: The Treasure Within, Report to UNESCO of the International Commission. https://unesdoc.unesco.org/ark:/48223/pf0000109590.
Great Schools Partnership. (2014). Community-Based Learning. https://www.edglossary.org/community-based-learning/.
Joseph C., & Said R. (2020). Community-Based Education: A Participatory Approach to Achieve the Sustainable Development Goal. In Filho W. L., Azul A.M., Brandli L., Özuyar P.G., & Wall T. (Eds.), Quality Education. (pp. 101-111). Springer. https://doi.org/10.1007/978-3-319-95870-5_67.
Krathwohl, D. R. (2002). A revision of Bloom's taxonomy: An overview. Theory into practice, 41(4), 212-218.
Melaville, A., Berg, A. C., & Blank, M. J. (2006). Community-based learning: Engaging students for success and citizenship. Coalition for Community Schools.
Taba, H. (1962). Curriculum Development Theory and Practice. Harcourt, Brace and World.
Tyler, R. W. (1949). Basic principles of curriculum and instruction. University of Chicago Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารศิลปศาสตร์วิชาการและวิจัย (ออนไลน์)

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
