การพัฒนารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวชุมชนทางน้ำแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์และการบริการนักท่องเที่ยว กรณีศึกษา ตลาดน้ำชุมชนวัดศรีวารีน้อย ในฐานะ “ตลาดวัฒนธรรมสามบางสองฝั่งคลอง จังหวัดสมุทรปราการ"

ผู้แต่ง

  • วุฒิพงษ์ ทองก้อน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
  • รัตนา ทิมเมือง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

DOI:

https://doi.org/10.14456/arjla.2026.6

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของการจัด การท่องเที่ยวชุมชนทางน้ำของตลาดน้ำชุมชนวัดศรีวารีน้อย 2) พัฒนารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวชุมชนทางน้ำแบบมีส่วนร่วม “เที่ยวท่องล่องคลอง” ตลาดวัฒนธรรมสามบางสองฝั่งคลอง จังหวัดสมุทรปราการ และ   3) ประเมินความพึงพอใจและการรับรู้อัตลักษณ์ของนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมกิจกรรม การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ร่วมกับกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของวิสาหกิจชุมชน วัด โรงเรียน ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย การวิเคราะห์ SWOT      การสัมภาษณ์เชิงลึก การประชุมกลุ่มย่อย แบบสำรวจ และแบบประเมินความพึงพอใจ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักท่องเที่ยวจำนวน 118 คน และผู้เข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวจำนวน 46 คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนา และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ตลาดน้ำชุมชนวัดศรีวารีน้อยมีจุดแข็งด้านวิถีชีวิตริมคลองที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ สามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชุมชนได้อย่างโดดเด่น ขณะที่ข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ การขาดนักเล่าเรื่องท้องถิ่นที่มีทักษะ ระบบประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่ทั่วถึง และข้อจำกัดด้านสภาพแวดล้อมทางน้ำ ผลการวิจัยได้นำไปสู่การพัฒนารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวชุมชนทางน้ำแบบมีส่วนร่วม “เที่ยวท่องล่องคลอง”  ซึ่งประกอบด้วย 6 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ 1) กลไกการจัดการชุมชนและภาคีเครือข่าย 2) การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 3) การพัฒนานักเล่าเรื่องท้องถิ่น 4) การบริการและความปลอดภัยนักท่องเที่ยว 5) การประชาสัมพันธ์และสื่อสารอัตลักษณ์ชุมชน และ 6) การติดตามและประเมินผลแบบมีส่วนร่วม นอกจากนี้ ผลการประเมินความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวพบว่าอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะด้านการดูแลต้อนรับ การจัดการกิจกรรม และการเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น สะท้อนว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นสามารถส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และนำไปสู่การจัดการท่องเที่ยวชุมชนทางน้ำอย่างยั่งยืนได้

เอกสารอ้างอิง

ศรีศักร วัลลิโภดม. (2559, 10 มิถุนายน). สังคมลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา: พัฒนาการและการเปลี่ยนแปลง. มูลนิธิเล็ก-ประไพวิริยะพันธุ์.

Best, J. W. (1981). Research in education (4th ed.). Prentice-Hall.

Bramwell, B., & Lane, B. (2021). Sustainable tourism governance: Concepts and practices. Journal of Sustainable Tourism, 29(1), 1–17.

Campos, A. C., Mendes, J., Valle, P. O., & Scott, N. (2020). Co-creation experiences in tourism: A literature review. Current Issues in Tourism, 23(4), 369–400.

Cohen, E. (2008). The changing faces of contemporary tourism. Society, 45(4), 330–333.

Hall, C. M. (2019). Constructing sustainable tourism development: The 2030 agenda and the managerial ecology of sustainable tourism. Journal of Sustainable Tourism, 27(7), 1044–1060.

Murphy, P. E. (2012). Tourism: A community approach (Routledge Library Editions: Tourism). Routledge.

Pretty, J. N. (1995). Participatory learning for sustainable agriculture. World Development, 23(8), 1247-1263.

Richards, G. (2021). Rethinking cultural tourism. Edward Elgar Publishing.

United Nations World Tourism Organization. (2018). Tourism and culture synergies. UNWTO.

United Nations World Tourism Organization. (2022). Tourism after COVID-19: Building a more sustainable and resilient sector. World Tourism Organization.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-19

รูปแบบการอ้างอิง

ทองก้อน ว., & ทิมเมือง ร. (2026). การพัฒนารูปแบบการจัดการท่องเที่ยวชุมชนทางน้ำแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์และการบริการนักท่องเที่ยว กรณีศึกษา ตลาดน้ำชุมชนวัดศรีวารีน้อย ในฐานะ “ตลาดวัฒนธรรมสามบางสองฝั่งคลอง จังหวัดสมุทรปราการ". วารสารศิลปศาสตร์วิชาการและวิจัย (ออนไลน์), 21(1), 92–104. https://doi.org/10.14456/arjla.2026.6

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย