การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติการเป่าแคนเบื้องต้นสำหรับนิสิตชาวต่างชาติ ในวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตามแนวคิดของเดวีส์
คำสำคัญ:
ทักษะปฏิบัติ, การเป่าแคนเบื้องต้น, ดนตรีพื้นบ้านบทคัดย่อ
ที่มาและวัตถุประสงค์ : แคนเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานของไทย ทำจากไม้ไผ่ชนิดหนึ่ง มีเสียงที่มีความไพเราะ มีวิธีการบรรเลงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น โดยใช้การเรียนการสอนถ่ายทอดตามภูมิปัญญา ในอดีตผู้เรียนต้องเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์กับครูที่บ้าน และต้องใช้ความพยายามในการเรียน ปัจจุบันแคนเป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านที่มีการจัดให้มีการเรียนการสอนในหลายระดับการศึกษา ในระดับอุดมศึกษานั้น มีการจัดการเรียนการสอนเป็นวิชาเอกสำหรับผู้เรียนหลักสูตรดนตรีโดยเฉพาะ เช่น สาขาวิชาดนตรีพื้นบ้าน วิชาเอกแคน นอกจากนี้ในโรงเรียนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีโรงเรียนที่เปิดสอนแคนเป็นวิชาเลือกเสรีให้แก่กลุ่มนิสิตที่สนใจ โดยในอดีตการเรียนแคนนั้นมีเฉพาะชาวไทยที่สนใจ แต่ปัจจุบันนี้เป็นที่สนใจของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีการเปิดสอนแคนเป็นวิชาเอกในระดับปริญญาตรี และเป็นวิชาแกนสำหรับนิสิตทุกคน ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเข้ามาเรียนในวิทยาลัยและสนใจเรียนการเป่าแคนของไทยมากขึ้น แต่เอกสารประกอบการเป่าแคนส่วนใหญ่เป็นภาษาไทย ทำให้ชาวต่างชาติไม่มีเอกสารที่เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้สามารถเข้าใจหลักการเป่าแคนได้ เมื่อไม่สามารถเข้าใจหลักการเป่าแคนเบื้องต้นได้ จึงไม่สามารถพัฒนาทักษะไปสู่เทคนิคการเป่าแคนที่สูงขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างเอกสารประกอบการสอนการเป่าแคน เพื่อให้นิสิตชาวต่างชาติสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ผู้วิจัยจึงสนใจทำวิจัยเพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติของการเป่าแคนเบื้องต้นประกอบชุดฝึกให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 และเพื่อศึกษาทักษะปฏิบัติการเป่าแคนของนิสิตชาวต่างชาติที่เรียนโดยการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติตามแนวคิดของเดวีส์ เรื่องการเป่าแคนเบื้องต้น ซึ่งจะทำให้นิสิตชาวต่างชาติสามารถเรียนรู้และฝึกทักษะการเป่าแคนได้ด้วยตนเอง อันจะเป็นการพัฒนาความสามารถในการเป่าแคนให้ดียิ่งขึ้นได้
วิธีการศึกษา : การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental Research) โดยผู้วิจัยได้ทดลองตามแบบแผนการวิจัย One Group Post-test Only Design กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นิสิตชาวต่างชาติที่เรียนในรายวิชาดนตรีและวัฒนธรรมอาเซียน จำนวน 10 คน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างได้มาโดยวิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล มี 2 ชนิด คือ 1) ชุดฝึกทักษะการเป่าแคนเบื้องต้น (สำหรับนิสิตชาวต่างชาติ) 2) แบบประเมินทักษะปฏิบัติการเป่าแคน โดยมีขั้นตอนในการทำเครื่องมืออย่างเป็นระบบและมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบก่อนนำไปใช้ ในการเก็บข้อมูลผู้วิจัยนำเครื่องมือไปทดลองสอนจำนวน 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง รวมเป็น 16 ชั่วโมง โดยเนื้อหาประกอบด้วย สัปดาห์ที่ 1 เรื่องความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับแคนอีสาน สัปดาห์ที่ 2 เรื่องการฝึกอ่านโน้ตเพลงไทย สัปดาห์ที่ 3 เรื่องการฝึกอ่านโน้ตลายพื้นฐาน สัปดาห์ที่ 4 เรื่องเทคนิคเบื้องต้นในการเป่าแคน สัปดาห์ที่ 5 และ 6 เรื่องเพลงพื้นบ้านอีสานลายเต้ยโขง สัปดาห์ที่ 7 และ 8 เรื่องลายเต้ยพม่า โดยทดลองกับกลุ่มตัวอย่างที่คัดเลือกมา จากนั้นนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติต่าง ๆ เพื่อให้ได้คำตอบตามวัตถุประสงค์
ผลการศึกษา : ผลการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติตามแนวคิดของเดวีส์ พบว่า ค่าประสิทธิภาพกระบวนการจากคะแนนระหว่างเรียนของนิสิต มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 82.00 ค่าประสิทธิภาพผลลัพธ์จากคะแนนการทดสอบทักษะปฏิบัติภายหลังการเรียน มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 83.00 ดังนั้น ค่าประสิทธิภาพรวมของกิจกรรมการเรียนรู้เท่ากับ 82.00/83.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 80/80 แสดงว่ากิจกรรมที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพในระดับที่น่าพอใจ และการประเมินทักษะปฏิบัติการเป่าแคนของนิสิตที่เรียนโดยกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดของเดวีส์ประกอบชุดฝึก มีผลการประเมินทักษะปฏิบัติ ค่าเฉลี่ยคะแนนการประเมินทักษะการเป่าแคนเท่ากับ 84.80 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) เท่ากับ 3.04 คิดเป็นร้อยละ 84.80 ซึ่งอยู่ในระดับดี แสดงให้เห็นว่านิสิตสามารถพัฒนาทักษะการเป่าแคนได้อย่างมีประสิทธิภาพจากการเข้าร่วมกิจกรรมที่พัฒนาขึ้น
บทสรุป : ในการวิจัยครั้งนี้ สามารถพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ทักษะปฏิบัติตามแนวคิดของเดวีส์ เรื่องการเป่าแคนเบื้องต้นประกอบชุดฝึกสำหรับนิสิตชาวต่างชาติ ทำให้ชาวต่างชาติสามารถเรียนรู้และมีความเข้าใจในการเป่าแคนเบื้องต้นมากขึ้นหลังจากฝึกปฏิบัติการเป่าแคนเบื้องต้นประกอบชุดฝึกและประเมินทักษะของผู้เรียนด้วยแบบประเมินที่สร้างขึ้นสำหรับกิจกรรมดังกล่าว ทำให้มีเครื่องมือที่ช่วยให้นิสิตชาวต่างชาติเรียนรู้การเป่าแคนได้ด้วยตนเองและปฏิบัติการเป่าแคนเบื้องต้นได้ดีขึ้น
เอกสารอ้างอิง
Chongmeeset, Sathidporn, and Sunan Sipai. “Development of Learning Management for Practical Skills Based on Dewey's Concept and Its Impact on Learning Outcomes and Practical Skills, Focusing on the ‘Fon Chom Muang Chaiyaphum’ Subject for Fourth-Grade Students.” Mahachulagajasara Journal 15, no. 1 (January-June 2024): 75-87. (in Thai)
Chonpairoj, Charoenchai. Beginner’s Guide to Khaen Playing. Maha Sarakham: Srinakharinwirot University, 1983. (in Thai)
Chookhampaeng, Chowwalit. Curriculum and Instruction Research. 2nd ed. Maha Sarakham: Mahasarakham University, 2010. (in Thai)
Davies, Ivor K. The Management of Learning. London: McGraw-Hill, 1971.
Klangprasri, Sanong. The Art of Khaen Playing: The Miraculous Sound of Tai Ancestors. Nakhon Pathom: College of Music, Mahidol University, 2006. (in Thai)
Naunkaew, Kridtima, and Montree Denduang. “The Learning Management by Davies’ Instructional Model in Muay Thai Skills of Grade 12 Students.” Journal of Intellect Education (IEJ) 2, no. 6 (November-December 2023): 15-25. (in Thai)
Oopachit, Noppachai. “Results of Using the Thai Musical Skill Packages on Suzuki Method for Matthayomsuksa 2 Students Entitles ‘Sieng Sai Khlui Piang Aor’.” Master’s thesis, Buriram Rajabhat University, 2015. (in Thai)
Rakchat, Supattra. “The Effects of Performance Skill Teaching of Davies Supplemented with Practicing Worksheet - based on Peer Technique on Achievement and Thai Music Performance Skill of Mathayomsuksa 4 Students.” Master’s thesis, Udon Thani Rajabhat University, 2013. (in Thai)
Saiyot, Luan, and Angkana Saiyot. Educational Research Techniques. 4th ed. Bangkok: Suweeriyasarn, 1995. (in Thai)
Sapphaso, Krairoek. “The Development of Learning Activities Ensemble Skill Training on the Klong Yaw Isaan Band Playing for Students in Mattayomsuksa 3.” Master’s thesis, Rajabhat Maha Sarakham University, 2020. (in Thai)
Sengwong, Praphaphan. Development of Classroom Research-Based Learning Innovations. Bangkok: E.K. Books, 2007. (in Thai)
Srisaat, Boonchom. Introduction to Research. 8th ed. Bangkok: Suweeriyasarn, 2010. (in Thai)
Srisaat, Boonchom. Introduction to Research. Maha Sarakham: Faculty of Education, Mahasarakham University, 1999. (in Thai)
Ueakan, Witaya. “Practical Skills Development of the wote folk Music Based on Thai wisdom Teacher's Idea Using Training Package.” Master’s thesis, Rajabhat Maha Sarakham University, 2019. (in Thai)
Vikhunthod, Niparat. “Effect of Learning Management Using Davies Practical Skill Instructional Model on Work Process Skills in the Occupation Course on the Topic of Basic Plant Propagation of Grade Seventh Students in Schools under Nakhon Ratchasima Provincial Administrative Organization.” Master’s thesis, Sukhothai Thammathirat Open University, 2020. (in Thai)
Wongthes, Sujit. Singing, Dancing, and Music: The Performing Arts of the Siamese. Bangkok: Ruenkaew Printing, 2008. (in Thai)
Worakham, Paisarn. Educational Research. 8th ed. Maha Sarakham: Taksila Printing, 2016. (in Thai)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วิทยาลัยดุริยางคศิลป์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์ของบทความเป็นของเจ้าของบทความ บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นทัศนะของผู้เขียน
กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยและไม่รับผิดชอบต่อบทความนั้น


